กองปราบแถลงจับหลงจู๊-เครือข่าย ยึดอื้อ เรือยอร์ชหรู รถ6คัน โครงการบ้านจัดสรรค่าเฉียดพันล้าน จ่อยึดเพิ่มอีก 700 กว่าล้าน สันธนะโผล่ป่วน แฉมีเครือข่ายพนันนายตือร่วมด้วย
เมื่อเวลา 15.00น.วันที่ 25 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก.พร้อม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป.,พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป.,พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป.และ พ.ต.ท.ฉัตรธีรพล แทนสง่า สว.ส.รน.3 กก.5 บก.รน.ร่วมแถลงผลปฏิบัติการหนุมานดับบูรพา จับกุมนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีจ้างวานฆ่า และนายธนา จุติกิติ์เดชา อายุ 26 ปี ลูกชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันและร่วมกันฟอกเงิน พร้อมพรรคพวกรวม 8 คน หลังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 21 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ชลบุรี และ กรุงเทพมหานคร ยึดของกลางมูลค่า 880 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการบ้านจัดสรรเดอะแคปิตอล 5 โครงการ รถยนต์ 6 คัน เรือยอร์ชหรู 1 ลำ มีชื่อนายธนา เป็นผู้ครอบครอง และสมุดบัญชีธนาคาร 12 เล่ม
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการขยายผลสืบสวนจากคดีที่นายมนัส อิ่มหนำ อายุ 39 ปี และ นายนิพนธ์ ปานทอง อายุ 47 ปี ใช้ปืนยิงนายประทุม สอาดนัก วินจักรยานยนต์รับจ้างที่แอบไปถ่ายรูปบ่อนการพนัน ใน จ.ระยอง จนเป็นเหตุให้บ่อนถูกปิด ซึ่งตอนแรกผู้ต้องหาให้การอ้างเป็นเจ้าของ แต่ความจริงเป็นเพียงพนักงาน และตำรวจพบหลักฐานความเชื่อมโยงว่ามีหลงจู๊ เป็นเจ้าของ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ และออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีการฟอกเงินเพิ่มอีก 35 หมายจับ รวมผู้ต้องหา 22 คน ก่อนนำหมายค้นศาลอาญากระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุดในวันนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 8 คน พร้อมยึดทรัพย์ได้อีก 880 ล้านบาทรวมถึงยังมีทรัพย์สินอื่นๆ อีก 720 ล้านบาทที่เตรียมยึดอายัด ตามขั้นตอนกฎหมาย
พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุผลที่นายประทุม ไปลอบถ่ายรูปบ่อนพนัน จนภาพไปปรากฎในที่ประชุมกรรมาธิการกฎหมายสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีคำสั่งมาหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถจับกุมหลงจู๊ เมื่อครั้งที่เข้าจับกุมคดีบ่อนการพนันนั้น เพราะหลักฐานยังไม่รัดกุม โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำให้ทำคดีตามข้อเท็จจริง หากผิดก็คือผิด สำหรับคดีบ่อนการพนัน ที่หลงจู๊ได้รับการประกันตัวนั้น เป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาให้ใส่กำไลอีเอ็ม ยืนยันตำรวจไม่ได้ให้ประกันตัวและสั่งคัดค้านไปด้วย เช่นเดียวกับคดีนี้ ที่จะสั่งคัดค้านการประกัน แต่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลจะพิจารณาเช่นกัน
ส่วนกรณีที่ว่านายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาลจะมาขอเข้าพบนั้น มองว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด ยืนยันว่าคณะทำงานดำเนินการตามข้อเท็จจริง หากจะกล่าวหาก็ยินดีรับฟัง แต่ก็อยู่ที่ผู้คนจะตัดสินว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายหลงจู๊ครั้งนี้ มีหลักฐานการเงินเชื่อมโยงไปถึงเครือญาติพวกตัวเอง พบการโอนเงินยักย้ายถ่ายเทและแปรเป็นทรัพย์สิน รวมถึงโครงการหมู่บ้านจัดสรร เดอะแคปิตอล ที่มีนายสมชาย และลูกชายเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ยังไม่พบว่ามีนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวและเส้นทางการเงินอื่นๆ แต่ยังมีผู้ต้องหาที่ต้องสืบสวนขยายผลเอาผิดเพิ่มเติม
ขณะที่นายสันธนะ เดินทางมาขอร่วมรับฟังการแถลงข่าวแต่ถูกเข้าหน้าที่เวรรักษาการณ์ปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ ก่อนจะกล่าวว่า ได้พบผู้ต้องหาทั้ง 2 รายที่เป็นคนฆ่านายประทุม ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นคนสนิทของหลงจู๊ ยืนยันว่าได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 3 ล้านบาทให้มาฆ่าจริง จึงต้องการมาให้ข้อมูลกับตำรวจกองปราบวันนี้
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลงจู๊ กับเสี่ยโป้ นายสันธนะ กล่าวยืนยันว่า เสี่ยโป้ไม่ใช่เจ้าของเว็บพนันกาแล็กซี่ออนไลน์ที่ทำให้มาถูกจับกุม แต่คือนายตือ คอสโม่ ที่อยู่ชายแดนประเทศไทย และเชื่อว่าการจับกุมคดีการฟอกเงินของเครือข่ายหลงจู๊ในวันนี้ เพราะมีเครือญาติของนายตือ มาเกี่ยวข้องกับการเงินอยู่ด้วย ซึ่งนายตือ ทำธุรกิจบ่อนคาสิโน่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทำเว็บพนันออนไลน์ที่ชายแดนประเทศไทย
ทั้งนี้ ระหว่างตำรวจคุมตัวนายสมชายและนายธนา ไปคุมขังนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อเท็จจริงกับนายสมชาย ว่าเป็นผู้สั่งการตามหมายจับจริงหรือไม่ เจ้าตัวมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามโดยส่ายหน้าเล็กน้อย ส่วนนายธนา ลูกชายของหลงจู๊ ก็ได้ไม่ตอบคำถามใดๆ



