อนุทิน ยันวัคซีนโควิด-19 จอห์นสันฯ ขึ้นทะเบียนแล้ว แย้มไทยวางแผนรับมือเชื้อกลายพันธุ์

25.03.21 | 17:29 น.
อนุทิน ยันวัคซีนโควิด-19 จอห์นสันฯ ขึ้นทะเบียนแล้ว แย้มไทยวางแผนรับมือเชื้อกลายพันธุ์

วันนี้ (25 มีนาคม 2564) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงแผนบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ได้ให้บริการไปตามเป้าหมาย วัคซีนทยอยมาถึงประเทศไทยเรื่อยๆ และจะมาอีกล็อตใหญ่ใน 2 เดือน มาตรการการผ่อนคลาย ต้องขึ้นอยู่กับการกระจายวัคซีน และเรื่องของประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งจะได้ทราบผลกันภายตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

“หลังจากที่ให้บริการเป็นหลักล้านโดสแล้ว เมื่อเราทราบว่าคนไทยมีภูมิคุ้มกัน จึงจะพิจารณาคลายล็อก เพราะต้องดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ส่วนในเรื่องการคลายล็อกการเดินทางระหว่างประเทศ ได้ให้นโยบายว่า เบื้องต้น เราจะยอมรับประเทศ ที่ให้บริการวัคซีนที่องค์การอนามัยโลกให้ความเชื่อมั่น และที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนไว้ก่อน ซึ่งมีหลายยี่ห้อแล้ว ถ้าชาติคู่เจรจายอมรับหลักการตรงนี้ การเจรจาจะง่ายขึ้น ส่วนการขึ้นทะเบียนวัคซีนในไทย ได้รับรายงานจากเลขาธิการ อย.ว่า วัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้ว เท่ากับไทยมีวัคซีนที่ผ่านการขึ้นทะเบียน 3 ยี่ห้อ คือ ซิโนแวค, แอสตร้าเซนเนก้า และล่าสุดคือ จอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน” รัฐมนตรีว่าการ สธ.กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนล่าสุด ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน เท่ากับว่าประเทศไทย ไม่ได้เลือกวัคซีนแค่ตัวเดียวอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่การขึ้นทะเบียนต้องขึ้นกับผู้ผลิตด้วย ถ้าพร้อมทำตามขั้นตอน ไทยต้องพิจารณาอยู่แล้ว สำหรับภาคเอกชน หากต้องการนำวัคซีนเข้ามา ให้ไปเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนใน 3 ยี่ห้อเบื้องต้น ซึ่งผ่านการขึ้นทะเบียนในไทยแล้ว แต่ทางนั้นจะอนุญาตให้นำมาขายหรอืไม่ เพราะขณะนี้ ผู้ผลิตยังกำหนดให้ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ ถ้าผู้นำเข้ารับมา แล้วรับสภาพว่า นี่คือการใช้ในภาวะฉุกเฉิน ความรับผิดชอบผู้ผลิตมีจำกัด คนที่มาขอรับ ถ้ายอมได้ สธ.ก็ไม่ขัดขวาง

“แต่อยากทราบว่า เมื่อเอาเข้ามาแล้ว จะไปให้บริการที่ไหน โรงพยาบาล ก็แค่มาขอขึ้นทะเบียนการให้บริการ ถ้าทำสำเร็จ ถือเป็นคุณประโยชน์ให้ สธ. ช่วยแบ่งเบางาน สธ. แผนการเรื่องวัคซีน เรามองไปไกลถึงเรื่องเชื้อกลายพันธุ์ เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราค่อยๆ ทยอยซื้อ เพราะเราต้องคิดถึงการปรับแผน เผื่อสถานการณ์ไม่คาดฝันด้วย จากนี้ ไทยจะมีทางเลือกอีกหลายทาง ก็ขอใช้โอกาสเลือกสิ่งที่ดีที่สุดดีกว่า วันนี้ วัคซีนที่ดีที่สุดในโลกมันไม่มี มีแต่ที่เหมาะสมกับคนไทย มาในเวลาที่เหมาะสม ราคาอยู่ในจุดที่รับได้ ยิ่งกว่านั้น ถึงมาแล้ว ก็ใช่ว่าจะผ่านด่านของ อย.ได้ง่าย ดังนั้น หากอนุญาตให้ใช้ได้ แสดงว่ามีความปลอดภัยขั้นสูงสุดแล้ว” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า สธ.ทำงานมาได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ร่วมด้วยช่วยกัน ทั้งเรื่องการพัฒนา การเข้าถึงวัคซีน และความรวดเร็ว วันนี้โจทย์คือ การต้องฉีดวัคซีนให้เร็ว บนพื้นฐานของความปลอดภัย รวมไปถึงการพิจารณาเรื่องมาตรการรองรับการเปิดประเทศ ในวันที่ต้องดำเนินการจริงๆ

Advertisement

ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ อย.เปิดเผยว่า จากการที่ อย.ซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ได้อำนวยความสะดวก และเปิดช่องทางพิเศษในการยื่นคำขอขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถอนุมัติทะเบียนได้อย่างรวดเร็วนั้น ล่าสุดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่มายื่นขอขึ้นทะเบียนได้รับอนุมัติทะเบียนจาก อย. แล้วเป็นรายที่ 3 ต่อจากวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับอนุมัติทะเบียนไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 และวัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งได้รับอนุมัติทะเบียนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564

“นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนของบริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี ประเทศอินเดีย นำเข้าโดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง หรือ rolling submission และสำหรับวัคซีนอื่นๆ ได้แก่ วัคซีนโมเดอร์นา ของประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีนสปุตนิก ไฟว์ ของประเทศรัสเซีย และวัคซีน ซิโนฟาร์ม ของประเทศจีน ได้มีการเข้าหารือกับ อย. เพื่อเตรียมการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 แล้ว” เลขาธิการ อย. กล่าวและว่า ผู้รับอนุญาตนำเข้ายา หรือผู้รับอนุญาตที่เป็นโรงพยาบาลเอกชน หรือ ภาคเอกชนอื่น ที่สนใจยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นเอกสารเพื่อขอประเมินคุณภาพ ประสิทธิผล และความปลอดภัยของวัคซีน อย. พร้อมอำนวยความสะดวก โดยได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากภายในและภายนอก อย. มาร่วมพิจารณา ถ้ายื่นเอกสารครบถ้วนตามที่กำหนดจะใช้เวลาในการประเมินและพิจารณาอนุญาตประมาณ 30 วัน โดย อย. คำนึงถึงคุณภาพความปลอดภัยของวัคซีนตามมาตรฐานสากลเป็นสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างปลอดภัย