บิ๊ก ตร. ตรวจเอทีเอ็มออมสิน ปั๊มวิภาฯ44 เผยยอดแก๊งแฮก9คน เชื่อคนไทยร่วม

27.08.16 | 12:15 น.

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ ปากซอยวิภาวดี 44 พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อม พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน ในปั๊ม หนึ่งในตู้เอทีเอ็มที่ถูกกลุ่มคนร้ายใช้ระบบมัลแวร์กดเงินในหลายพื้นที่ รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวว่า ลงพื้นที่เพื่อดูลักษณะที่ตั้งหนึ่งในตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุ จุดดังกล่าวนั้นคนร้ายนำบัตรชนิดหนึ่งที่ผลิตในประเทศยูเครนมาสอดเข้าไปในช่องเสียบบัตร โดยไม่ได้กดรหัสบนแป้นพิมพ์เลย ก่อนจะกดปุ่มยกเลิก (แคนเซิล) จากนั้นจะมีเงินไหลออกมา ปกติจะมีเงินออกจากตู้ได้สูงสุด 20,000บาท แต่ในการก่อเหตุแต่ละครั้งจะมีเงินออกมาถึง 40,000 บาท สำหรับตู้ดังกล่าวคนร้ายก่อเหตุ 3 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 21.47-21.50น. และ 22.12-22.15 น. และวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 20.49-20.51 น. สังเกตได้ว่าทั้ง 3 ครั้ง ใช้เวลาก่อเหตุ 3 นาที รวมยอดเงินที่ถอนไปจากตู้ 560,000บาท อย่างไรก็ตามตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงหาพาหนะของคนร้ายที่มาก่อเหตุในจุดดังกล่าวเนื่องจากเป็นจุดแรกที่คนร้ายก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนจะไปก่อเหตุต่อยังจุดอื่นๆ จึงเชื่อได้ว่าคนร้ายอาจนั่งเครื่องมาลงที่สนามบินดอนเมือง หรืออาจพักอยู่ในละแวกดังกล่าว อย่างไรก็ตามตู้เอทีเอ็มจุดดังกล่าวเป็นจุดเดียวที่คนร้ายลงมือก่อเหตุก่อนเที่ยงคืน โดยปกติในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (บช.ภ.8) ที่คนร้ายก่อเหตุนั้น มักจะเป็นเวลาหลังเที่ยงคืนทั้งสิ้น

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวต่อว่า ทั้งนี้พบว่าจุดที่ 2 ที่คนก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 29 กรกฎาคม คือตู้เอทีเอ็มที่แมกแวลู ย่านสุขุมวิท 23 มีภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายก่อเหตุ จุดนั้นปรากฏภาพคนร้ายชัดเจน มีการกดเงินหลายครั้ง แต่ละครั้งคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุ 4 นาที อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบหลายส่วน และทางสืบสวนเชื่อได้ว่าน่าจะมีคนไทยรู้เห็นด้วยในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ทั้งนี้ไม่พบว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารมีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด และยังไม่พบว่าธนาคารอื่นๆ ถูกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันแต่อย่างใด

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบตู้เอทีเอ็มที่ถูกก่อเหตุใน จ.ภูเก็ตพบว่า คนร้ายได้กระทำการบางสิ่งกับตู้มาสเตอร์ ทั้ง 3 ตู้ ลักษณะนั้นไม่ใช่การกดเงิน จากนั้นไม่นานได้ก่อเหตุกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม จึงเชื่อได้ว่าลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็นการป้อนหรือแฮกข้อมูลทางเครื่องมาสเตอร์ ก่อนจะนำบัตรไปกดเงินจากตู้ที่อยู่ในความควบคุมของเครื่องมาสเตอร์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม 5 ตู้เอทีเอ็มที่ถูกก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ยังไม่พบว่าตู้ใดเป็นตู้มาสเตอร์ จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายศึกษาระบบของตู้เอทีเอ็มออมสิน ที่ จ.พังงา มาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ก่อนจะก่อเหตุช่วงเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้กล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 9 ราย แบ่งในพื้นที่ บช.ภ.8 จำนวน 4 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ 4 ราย และมีส่วนอื่นๆ อีก 1 ราย แต่ยังไม่ได้นำภาพทั้งหมดมาประมวลอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปได้ว่าในภาพที่ปรากฏ 9 รายนั้น อาจมีบางพื้นที่ที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกันได้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับในเร็ววันนี้และสัปดาห์หน้าข้อมูลต่างๆ น่าจะกระจ่างขึ้น

พล.ต.อ.ปัญญากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลแก๊งสกิมเมอร์ เป็นชาวยุโรปตะวันออก 32 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวโรมันเนีย ที่ทางประเทศไต้หวันให้ข้อมูลมา เพื่อหาห้วงเวลาที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยว่ามีความสอดคล้องกับห้วงเวลาที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ รวมทั้งทางธนาคารออมสินได้ร่วมกับเจ้าของตู้เอทีเอ็มสร้างโปรแกรมเพื่อป้องกันการแฮกข้อมูลด้วยระบบมัลแวร์ อยู่ระหว่างดำเนินการ เชื่อว่าภายใน 3 สัปดาห์น่าจะแล้วเสร็จ ธนาคารออมสินได้เน้นย้ำว่าขอให้ประชาชนสบายใจ และมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายในลักษณะดังกล่าวอีก มั่นใจได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายบัญชีของธนาคาร ไม่กระทบบัญชีของประชาชนอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการทำธุรกรรมหน้าตู้เอทีเอ็มเป็นเวลานาน ผิดสังเกตให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที

Advertisement

ทั้งนี้ในเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ปัญญา จะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน หน้าสนามบิน จ.สุราษฎร์ธานี หลังพบหลักฐานปรากฏภาพรถยนต์คันหนึ่ง และมีคนร้ายเดินลงจากรถคันดังกล่าว