จากกรณีมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ 1 นาย และอีก 4 นายไม่แต่งเครื่องแบบ เดินทางมาที่โรงแรมบุรีศรีภู บูติกโฮเต็ล หาดใหญ่ จ.สงขลา สถานที่จัดงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีนายวัส ติงสมิตร เป็นประธาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามจะจับกุมตัวนายปอย ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี ชาวมันนิ ที่เดินทางมาจากจ.สตูล พาลูกๆมาร่วมงาน เพื่อมาบอกเล่าปัญหาชีวิตความเป็นอยู่และการไม่มีสถานะทางกฎหมาย เป็นบุคคลไร้สัญชาติและมักประสบกับปัญหาในการเดินทางนอกพื้นที่ ตลอดจนกรณีเด็กญาติของชนเผ่าเจ็บป่วยไม่ได้รับการดูแลจากรัฐ มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของชาวมันนิ เนื่องจากไม่มีบัตรและไม่สามารถรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรัฐได้ รวมทั้งมีการส่งหนังสือร้องเรียนเร่งด่วนถึงผู้แทนพิเศษองค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยเรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เพื่อทางองค์การสหประชาชาติหามาตรการฉุกเฉินที่จะช่วยยุติการคุกคามชนเผ่าพื้นเมืองชาวมันนิที่อ่อนไหว และต้องได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐทุกหน่วย รวมทั้งการติดตามจับกุมโดยพลการเนื่องจากการไร้สัญชาติ โดยประเทศไทยเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและให้การรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง นั้น ไม่เป็นความจริง
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นางกรรณิการ์ แสงทอง อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม แถลงกรณีดังกล่าวว่า ได้ประสานไปยังผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ เป็นผู้จัดงานและรับทราบข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นเพียงการมารักษาความปลอดภัยเท่านั้น เนื่องจากได้รับจากแจ้งว่ามีบุคคลนอกพื้นที่เข้ามาทำกิจกรรม เพราะพื้นที่อ.หาดใหญ่เป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังความไม่สงบตลอดเวลา นอกจากนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้โทรศัพท์ประสานงานไปยังปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทราบว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงและจะสื่อสาร สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนต่อไป อย่างไรก็ตามกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะทำหนังสือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่งต่อไปด้วย

