จับยกแก๊งโจรกรรมรถ อาละวาดภาคกลาง ทำลายสัญญาณกันขโมย ระบบล็อกกุญแจแล้วเชิดหนี

31.03.21 | 13:25 น.

จับยกแก๊งโจรกรรมรถ อาละวาดภาคกลาง ทำลายสัญญาณกันขโมย ระบบล็อกกุญแจแล้วเชิดหนี

เมื่อเวลา 12.00 น วันที่ 31 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองจเรตำรวจ ปฏิบัติราชการ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.สส.3

ร่วมแถลงผลการจับกุมนายพิชิตชัย บุญมี อายุ 36 ปี นายวิเชียน สนทีรัก อายุ 38 ปี นายนิคม สายบุญจันทร์ อายุ 51 ปี และนายกมล ชลวิหารพันธ์ อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาแก๊งโจรกรรมรถ พร้อมของกลาง รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง

พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าวว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ 2 คัน ไปจากลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) สั่งให้สืบสวนขยายผลจับกุมเครือช่ายดังกล่าวในทุกมิติ ตำรวจภูธรภาค 1 จึงสืบสวนขยายผลเครือข่ายจนทราบว่าเครือข่ายลักรถยนต์ได้ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 ครั้ง และมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน โดยจะก่อเหตุในเวลากลางวันและจะเลือกสถานที่ก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายใช้รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ในการก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะไปดักรอดูรถตามห้างสรรพสินค้า เมื่อพบรถที่ต้องการและผู้เสียหายจอดเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า และหนึ่งในคนร้าย จะเดินติดตามผู้เสียหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทาง และส่งสัญญาณให้คนร้ายที่อยู่ภายนอกก่อเหตุลักรถยนต์ของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีทำลายระบบสัญญาณกันขโมย และระบบล็อกกุญแจของรถคันดังกล่าวและขับขี่หลบหนีออกไป

พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าวว่า จากนั้นจะนำรถยนต์ที่ลักมาไปตัดแปลงสภาพที่อู่ ก่อนนำไปขายต่อ ภายหลังจึงนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งกัน ตำรวจึงรวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายจับคนร้ายได้ 4 คน จนสามารถติดตามจับกุมตัวพร้อมของกลางได้ในที่สุด

Advertisement

จากการตรวจสอบประวัตินายพิชิตชัย พบว่าถูกจับกุมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีในคดีลักทรัพย์ ปี 2557 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนกันยายน 2563 ก่อนกลับมาก่อเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือรับของโจร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป