กรณีทีมงานหมู่บ้านทะลุฟ้า โพสต์เฟซบุ๊กว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนตราโล่ 67550 ปาดหน้า แล้วจอดขวางหน้ารถกระบะของสมาชิกหมู่บ้านทะลุฟ้า และดึงเบ้ากุญแจรถออก เมื่อเวลา 22.50น. วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา บริเวณแยกนางเลิ้งมุ่งหน้าถนนพระรามที่ 6
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายกันฒพัฒน์ พีรกิจธิรภูวดล อายุ 25 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มทะลุฟ้าที่ถูกตำรวจเข้าตรวจค้นแจ้งความกับ พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.นางเลิ้ง และ พ.ต.ต.กฤษณ์พจน์ ชาญณรงค์ สว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง หลังถูกแย่งกุญแจรถ และพยายามขัดขวางไม่ให้กลับบ้าน
นายกันฒพัฒน์กล่าวว่า วันเกิดเหตุขนพัดลมจาก สน.นางเลิ้ง ที่ถูกยึดจากการขอคืนพื้นที่การชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้า เพื่อกลับบ้านสมุทรปราการ โดยขับมาตามถนนพิษณุโลกมาถึงบริเวณแยกนางเลิ้ง มีผู้ขับขี่รถกระบะ ทะเบียนตราโล่ บีบแตรให้จอดรถ แต่ตนไม่จอดเพราะเป็นที่มืด ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว จึงขับมาขวางหน้ารถ แต่เมื่อจะถอยหลังก็ถูกสกัดอีก แล้วมีตำรวจจราจรละแวกดังกล่าวมาคุยก่อนตนจะลงจากรถไปพูดคุย
นายกันฒพัฒน์ กล่าวยอมรับว่าตนใช้แผ่นเทปปกปิดแผ่นป้ายทะเบียนรถจริง หากจับกุมข้อหาตาม พ.ร.บ.จราจร ก็ยอมแต่ผู้ขับขี่รถกระบะ ไม่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และจะขอดูบัตรประชาชนฝ่ายเดียว ซ้ำถูกแย่งกุญแจรถไปจนเบ้ากุญแจหัก มองว่าการกระทำนั้นเกินกว่าเหตุหรือไม่ ระหว่างนั้นวิดีโอคอลตามเพื่อนๆ เข้ามากดดันจนได้กุญแจคืนแล้วผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวขับหนีออกไปเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
พ.ต.อ.นิมิตรกล่าวว่า เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวที่ระบุว่าเป็นตำรวจนั้นไม่ใช่ตำรวจประจำ สน.นางเลิ้ง แต่เนื่องจากกฎหมายระบุไว้ว่า ตำรวจมีอำนาจสืบสวนทั่วประเทศ เมื่อรับแจ้งความแล้วจะสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน หากมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาปฏิบัติหน้าที่ก็จะติดตามตัวตำรวจนายนี้มาสอบถามข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ยืนยันต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

