หลังจากชุมชนป้อมมหากาฬได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตและร่วมกิจกรรมภายในชุมชน โดยระบุว่า ในวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคมนี้อาจเป็นกิจกรรมครั้งสุดท้าย เนื่องจาก กทม.มีแผนรื้อบ้านเรือนบางส่วนในวันที่ 3 กันยายน จึงไม่สามารถจัดกิจกรรมในช่วงสุดสัปดาห์ได้อีก โดยเข้าร่วมได้ตั้งแต่ เวลา 09.00-14.00 น. ที่ลานกลางชุมชน ประกอบด้วยกิจกรรมเขียนโปสการ์ดถึงนายกฯ ชมภาพยนตร์ที่ “มหากาฬรามา” ชิมอาหารคาวหวานฝีมือชาวบ้าน เลือกซื้อสินค้าชุมชน รวมทั้งพูดคุยประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตที่อาจไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ทีมงานจึงได้ไปร่วมดูบรรยากาศกิจกรรมชุมชนป้อมมหากาฬที่จัดขึ้นดังกล่าว
ชุมชนป้อมมหากาฬตั้งอยู่บริเวณริมคลองรอบกรุง ใกล้เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยมีกำแพงเมืองต่อไปเป็นแนวยาวตามถนนมหาไชย จนสุดที่ร้านน้ำอบนางลอย “ป้อมมหากาฬ” เป็นป้อมที่ใช้รักษาพระนคร สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนกลางของกำแพงเมืองสร้างขึ้นพร้อมกับอีก 14 ป้อม แต่ไม่ปรากฏมีวังของเจ้านายอยู่บริเวณริมป้อม เข้าใจว่าคงจะอยู่ในความดูแลของวังอื่นอยู่แล้ว กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนป้อมมหากาฬพร้อมด้วยกำแพงเมืองเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 66 ตอนที่ 65 วันที่ 22 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2492
ชาวบ้านอยู่มาหลายยุคสมัย มีการปลูกสร้างอาคารเป็นแนวยาวตลอดตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศจรดแนวคูคลองวัดเทพธิดารามในปัจจุบัน ต่อมาเรียกกันว่า ตรอกพระยาเพชรฯ เพราะเคยเป็นบ้านพักของพระยาเพชรปาณี (ตรี) ข้าราชการกระทรวงวัง และเป็นชาวปี่พาทย์โขนละคร ซึ่งเป็นวิกลิเกแห่งแรกในกรุงเทพฯ
ที่นี่ยังเคยเป็นที่ผลิตเครื่องดนตรีไทยและกลองในสมัยรัชกาลที่ 6 อีกด้วย บ้านเรือนไทยดั้งเดิมของหมื่นศักดิ์แสนยากรที่มีหน้าจั่วแบบ “จั่วใบเรือ” “จั่วลูกฟัก” ฝาเป็นฝาลูกฟักตามแบบฉบับมาตรฐานของเรือนไทยเดิมของภาคกลาง
บรรยากาศคนในชุมชนก็ยังคงทำกิจกรรมตามปกติ มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติมาเที่ยวชมความเก่าแก่ของชุมชนนี้ บริเวณลานกิจกรรมมีการฉายหนังให้ได้ดู มีอาหาร ขายผัดไทย มีคนในชุมชนคอยให้ข้อมูล และมีโปสเตอร์แผนที่สถาปัตยกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เป็นข้อมูลเพื่อเดินชม
ลานกิจกรรมจะมีโรงหนังมหากาฬรามาฉายหนังให้ดู อยู่ใต้อาคารบ้านนวดแผนโบราณ บ้านหลังนี้สร้างตั้งแต่ปลายสมัย ร.5 เป็นบ้านของตระกูลอึ๊งภากรณ์ โดย ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยอยู่ 2 ปี แล้วย้ายออกไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
เมื่อก่อนเป็นสถานที่สอนการนวดแผนโบราณ เพราะการแพทย์แผนโบราณเป็นที่ขึ้นชื่อในชุมชนป้อมมหากาฬนี้ ปัจจุบัน ใต้ถุนถูกเนรมิตให้เป็นโรงหนังในชุมชน

