เปิดโฉม ชายชาวยุโรป ต้องสงสัย ร่วมขบวนการแฮกเงิน ตู้เอทีเอ็ม พื้นที่ภูเก็ต 22 จุด

28.08.16 | 19:43 น.

เปิดโฉมหน้า ชายชาวยุโรป ต้องสงสัย ร่วมขบวนการ แฮกเงินจากตู้เอทีเอ็ม พื้นที่ภูเก็ต -พล.ต.ท.ปัญญาลงพื้นที่ภูเก็ต 22 จุด

เมื่อเวลา16.20น. วันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ท. ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (ปป.11 ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะพล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางตรวจติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายลักทรัพย์เงินสดจาก ตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารออมสินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแห่งแรกคือที่ตู้ เอทีเอ็มหน้าร้าน J & P Supermarketบ้านท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาวอำเภอถลางจังหวัดภูเก็ต ที่ห่างจากจุดตรวจภูเก็ต บ้านท่าฉัตรไชย ไปเพียงประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น หลัง จากนั้นไปร่วมตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็ม ที่ บริษัทซีพีเอฟ(ประเทศไทย)จำกัดมหาชนสำนักงานธุรกิจครบวงจรสาขาภูเก็ต เลขที่ 2/52 ถนนศักดิเดชน์ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง

พล.ต.ท. ปัญญา กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นชาวยุโรปตะวันออกจำนวนตั้งแต่ 9 คนขึ้นไป ส่วนบัตร ที่ใช้ลงมือ ก่อเหตุ ต่างกรรม ต่างวาระนั้น ทราบข้อมูลว่า ผลิตมาจากประเทศอังกฤษ โดย จากการประมวลข้อมูล ทั้งจากธนาคารออมสิน และ ชุดสืบสวน สอบสวนและพนักงานสอบสวน พบว่า กลุ่มคนร้าย แบ่งออกเป็น 3 ชุด คือชุดแรกใช้รถเช่า โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวเป็นชุดที่ ทำงานวางระบบ Skimmer หรือเชื่อมต่ออุปกรณ์ของกลุ่ม เอาไว้ที่ตู้ เอทีเอ็ม เป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตู้เอทีเอ็ม ที่ บริษัทซีพีเอฟ(ประเทศไทย)จำกัดมหาชนสำนักงานธุรกิจครบวงจรสาขาภูเก็ตนั้น คนร้ายลงมือที่บริเวณ ด้านหลังตู้ เพื่อปรับปรุงแก้ไข จนสามารถ ใช้เป็นตู้หลัก ที่ สามารถสั่งการเชื่อมโยงไปยังตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารออมสิน ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่นๆ ตามเส้นทาง ย้อนกลับไปที่กรุงเทพมหานคร ส่วนกลุ่มคนร้ายชุดต่อมา ใช้รถเช่า โตโยต้า วีออส สีขาว ตระเวน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม ลงมือในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ มีคนร้ายชุดที่ 3ใช้รถเช่าฮอนด้าซีวิค ตระเวนไปกดเงินที่ตู้ เอทีเอ็ม ของธนาคารออมสิน ที่ สมาชิก ในกลุ่ม วางระบบเอาไว้แล้ว เช่น คนร้าย ขับขี่ รถยนต์เช่า มาจอดห่างจาก ตู้ เอทีเอ็ม ของธนาคารออมสิน ที่ตั้งอยู่หน้าร้าน J & P Supermarketบ้านท่าฉัตรไชย ไปประมาณ 20 เมตร เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เวลาประมาณ 23.55 -23.56 น. และใช้บัตรประเทศอังกฤษ หมายเลข 492976XXXXXX3340สอดเข้าไป และแทนที่จะ คงบัตรเอาไว้ในช่อง แต่กลับ กดเอาบัตรออก จากนั้น จึง รอรับเงิน เป็นลักษณะเดียวกับ ทุกแห่ง หรือ รวมจำนวน 22 แห่ง ที่กลุ่มคนร้าย กลุ่มแรก ไปจัดวางระบบเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว และ คนร้าย จะอำพรางใบหน้า ทั้ง การสวมหมวกแก็ป หรือ ใช้หน้ากากอนามัย สวม ในระหว่างลงมือกดเงิน

พล.ต.ท.ปัญญา ยังระบุด้วยว่า ในคดีแฮกข้อมูล หรือวิธีการ สกิมเมอร์ ในครั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูล ย้อนหลังไป พบว่าได้เกิดมาครั้งแรกตั้งแต่ในวันที่ 13 –วันที่17 มีนาคม 2559 และกว่าธนาคารออมสิน จะติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ ก็ต่อเมื่อ เหตุโจรกรรมเงินสด ออกจากตู้เอทีเอ็ม ของธนาคาร ผ่านไปได้ประมาณ 3–4สัปดาห์แล้ว สำหรับในขณะนี้ พนักงานสอบสวน กำลัง รวบรวม พยานหลักฐาน พยานบุคคล ตลอดจน ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ มีทักษะ ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับระบบอินเตอร์เน็ต หรือการก่อเหตุ ในลักษณะ สกิมเมอร์ ตลอดจน รวบรวมภาพ ที่บันทึกได้จาก ระบบกล้อง ที่ตู้เอทีเอ็ม แต่ละแห่ง ของธนาคารออมสิน ที่แม้ว่า ธนาคาร จะ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบภาพ ในตู้แต่ละแห่ง ล่าช้าไปบ้างก็ตาม

Advertisement

พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ชุดไล่ล่าติดตาม เริ่ม มีภาพ รถยนต์จาก ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เช่นที่ ถนนเทพกระษัตรี ขาเข้าเมือง จังหวัดภูเก็ต และภาพ คนร้าย ที่ตะเวนลงมือกดเอาเงิน โดยเน้น ไปที่ ตู้เอทีเอ็ม ที่ไม่มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ใช้บริการมากนัก รวมทั้ง ขอมูล ที่กลุ่มพนักงานสอบสวนได้รับจากธนาคารออมสิน พบว่า กลุ่มคนร้าย กระทำการเป็นขบวนการใหญ่ ส่วนจะมีคนไทย ร่วมขบวนการด้่วยหรือไม่นั้น ยังตรวจสอบไม่พบและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า เป็นกลุ่มคนร้ายชาวยุโรปตะวันออก และ การกดเอาเงิน จากตู้เอทีเอ็ม ทั้งหมด รวม 22 แห่งสันนิษฐานว่า ว่าน่าจะเชื่อมโยงกันทั้งหมดแน่นอน เพราะเป็นบัตรลักษณะเดียวกัน ทั้งการใช้ลงมือที่จังหวัดภูเก็ต สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และ กรุงเทพมหานคร ส่วนกรณีรถยนต์เช่า มาลงมือปฏิบัติการนั้น ชุดสืบสวน กำลังพยายาม ตรวจสอบการเชื่อมโยง ว่า มีการเช่ารถยนต์มาจาก พื้นที่ใด แน่ชัด เพราะภาพ ที่บันทึกได้ เจ้าหน้าที่ ยังไม่เห็น ป้ายทะเบียน ชัดเจน จากการตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็ม ที่ บริษัทซีพีเอฟ(ประเทศไทย)จำกัด มหาชน สำนักงานธุรกิจครบวงจรสาขาภูเก็ต เลขที่ 2/52 ถนนศักดิเดชน์ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตพบว่าตู้ ATM แห่งนี้ คนร้ายลงมือก่อเหตุ ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้เงินไปรวมทั้งสิ้น 201,000 บาท