เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา หลายคนคงอกสั่นขวัญแขวน เมื่อรู้สึกได้ว่าแรงสะเทือนแผ่นดินไหวรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร ตึกรามสั่นไหว ของบางอย่างที่แขวนเอาไว้ข้างผนังเคลื่อนที่ไปมา แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที แต่ก็ทำให้เกิดความตื่นกลัว
ภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอิตาลีในช่วงใกล้เคียงกัน ยังติดตา-หลอกหลอน
ตรวจสอบปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวในพม่าขนาด 6.8 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเช้าก์ ในเขตมะกวยไป 19 กิโลเมตร ขณะที่แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ถึงในเขตพะโค เขตอิรวดี ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ เนปิดอว์ เขตสะกาย รัฐฉาน และรัฐอาระกัน เป็นต้น
นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในประเทศพม่านั้น ส่งผลให้ตึกสูงใน กทม.รู้สึกได้ เป็นเพราะ กทม.ตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อน หรือชั้นโคลนดินทะเล เมื่อคลื่นแผ่นดินไหววิ่งผ่านก็จะส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทันที ทำให้ตึกสูงหลายแห่งรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนด้วย อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ เพราะแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก เปลือกโลกมีการเคลื่อนที่ทุกวันมากน้อยต่างกันไป ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ที่รอยเลื่อนสะแกงในเขตประเทศพม่า มีความรุนแรง 6.8-7 ริกเตอร์ ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก แต่ให้มีความตระหนัก เพราะเหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้
แผ่นดินไหวดังกล่าว เกิดจากกลุ่มรอยเลื่อนอาระกันเลื่อนตัวแบบย้อนกลับ ทำให้เมืองพุกามของพม่าได้รับความเสียหาย ก่อนหน้านี้ได้เกิดแผ่นดินไหวนำ หรือโฟร์ช็อก 3 ครั้ง ก่อนเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ช่วงเย็น การเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หากเกิดระดับจากพื้นดินลึกมากจะไม่กระทบมากนัก
ในความหวาดหวั่นของคนต้องใช้ชีวิตในตึกสูงเวลานี้ แทบทุกคนต่างก็ตั้งคำถามในใจตัวเองเป็นสำคัญว่า ปรากฏการณ์น่ากลัวแบบนี้ จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ตึกที่ตัวเองอาศัยอยู่ หรือทำงานอยู่ จะพังลงมาไหม โอกาสจะเกิดเหตุแบบนั้น มีมากแค่ไหน
รศ.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าโครงการวิจัยลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) อธิบายต้นสายปลายเหตุของปรากฏการณ์นี้ว่า การที่แผ่นดินไหวในประเทศพม่าแล้วตึกสูงหลายหลังในกรุงเทพฯและเมืองใหญ่ๆ ในประเทศไทยรู้สึกถึงความสั่นไหวนั้น เป็นความเสี่ยงเราสร้างขึ้นมาเอง ก่อนหน้านี้เราต่างก็สร้างตึกสูงขึ้นมา โดยไม่รู้ว่าเรามีความเสี่ยงจากปรากฏการณ์แผ่นดินไหวอยู่ แต่ต่อมาเมื่อมีทั้งงานวิจัยพิสูจน์ได้ชัดเจน รวมทั้งมีอุปกรณ์ตรวจวัดความสั่นไหวของตัวตึกหรืออาคารสูงได้ จากสาเหตุที่ว่าแผ่นดินไหวในที่ไกลๆ สามารถส่งคลื่นสะเทือนถึงพื้นที่กรุงเทพฯได้ และอาจจะขยายความรุนแรงมากกว่าแหล่งกำเนิดหลายเท่าตัว เหตุมาจากกรุงเทพฯตั้งอยู่บนชั้นดินอ่อนนั่นเอง
มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม ไม่มีอาฟเตอร์ช็อกตามมา เพราะปกติแล้ว หลังแผ่นดินไหว ก็ต้องมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาทุกครั้ง เข้าใจว่าอาฟเตอร์ช็อกมี แต่อาจจะเล็กน้อยจนไม่เกิดผลกระทบอะไรตามมา ส่วนเรื่องความเกี่ยวโยงระหว่างการเกิดแผ่นดินไหว 2 ที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างพม่ากับอิตาลีนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องการส่งผลซึ่งกันและกันและมีความเกี่ยวโยงกันแน่นอน เพราะแผ่นดินไหวนั้น สามารถเกิดพร้อมกันได้ทั่วโลกที่บริเวณไหนก็ได้
“6.8 ริกเตอร์ ระยะห่างนับพันกิโลเมตรทำให้เราแค่ตกใจกันเล็กน้อยเท่านั้น แต่ที่เรากลัวกันก็คือ การเกิดแผ่นดินไหวในระยะที่ใกล้กว่านั้น เราพบว่าบริเวณฝั่งตะวันตกของประเทศพม่า ตรงรอยต่อระหว่างประเทศพม่ากับอินเดียและบังกลาเทศ เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 8 ริกเตอร์มาแล้ว เมื่อราว 300 กว่าปีก่อน มีแนวโน้มว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาอีก และน่าจะมีความรุนแรงมากกว่า 9 ริกเตอร์ได้ด้วย พื้นที่ดังกล่าวนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพฯราว 800-900 กิโลเมตรเท่านั้น หากเกิดขึ้นจริงเมื่อใด ก็จะส่งผลรุนแรงกว่า
ที่เราเจอครั้งที่แล้วๆ มาไม่น้อยกว่า 10 เท่า นั่นหมายถึงอาจจะทำให้อาคารสูงเกิดการโยกตัวรุนแรง อาคารไหนอ่อนแอ หรือมีโครงสร้างไม่ดีพอก็จะโยกตัวรุนแรงเป็นพิเศษ ก็อาจจะได้รับความเสียหายมากเป็นพิเศษได้” รศ.เป็นหนึ่งกล่าว
อ.เป็นหนึ่งอธิบายต่อว่า ทีมวิจัยของอาจารย์ได้สำรวจตัวตึกในกรุงเทพมหานครในเวลานี้ พบว่า ตึกที่มีความเสี่ยงจะเกิดความสั่นไหวเมื่อได้รับแรงจากคลื่นแผ่นดินไหว คือตึกที่มีความสูงเกิน 12 ชั้นขึ้นไป ในกรุงเทพมหานคร ตึกที่สูงกว่า 12 ชั้นขึ้นไปมี 1,400 หลัง และตึกที่สูงกว่า 20 ชั้น มีประมาณ 600 หลัง พบว่าในจำนวนนี้ มี 1-2% หรือราว 10-20 หลัง อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงมากหากเกิดแผ่นดินไหวในบริเวณที่กล่าวมาจริงๆ อย่างไรก็ตาม ทางกรุงเทพมหานครทราบถึงข้อมูลเรื่องนี้แล้ว ส่วนจะดำเนินการอะไรต่อไปหรือไม่นั้น ทีมวิจัยไม่ทราบ
เมื่อถามว่า เรื่องที่พูดถึงนี้จะทำให้คนกรุงเทพฯ ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในตึก 10-20 หลัง โดยยังไม่รู้ว่าเป็นตึกไหนบ้าง อยู่ในความเสี่ยง หวาดผวาหรือไม่
อ.เป็นหนึ่งบอกว่า ไม่ใช่เรื่องต้องมาหวาดผวา เพราะเรื่องที่พูดมานั้นสามารถรับมือได้ ป้องกันหรือลดผลกระทบลงได้ ที่สำคัญคือโอกาสเกิดมีน้อยและเกิดยากมาก แต่ถามว่ามีโอกาสเกิดไหม ตอบว่ามีโอกาสเกิด
“การปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้มีความแข็งแรง รับกับแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นแผ่นดินไหวสามารถทำได้ ปรับปรุงได้ เวลานี้หลายประเทศก็ทำกัน ก่อนจะทำก็ต้องประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบโครงสร้าง เราเคยแนะนำให้ทางกรุงเทพมหานครทำแล้ว เข้าใจว่าเขาก็อยู่ระหว่างการทำอยู่ แต่ไม่ทราบในรายละเอียด แต่ไม่อยากให้เกิดการตื่นตระหนกในเรื่องนี้ เพราะโอกาสเกิดยาก แต่ทุกคนก็ต้องทราบข้อมูลเอาไว้ว่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ไป”
หัวหน้าโครงการวิจัยลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย กล่าวถึงการเตรียมการรับมือ แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติที่คุมไม่ได้ แต่ลดทอนผลกระทบ ความเสียหายได้

