เหยี่ยวถลาลม : เข้าใจไหม

13.04.21 | 12:37 น.

ก่อนสงกรานต์ปีนี้ ไทยระส่ำด้วยโควิดรอบที่ 3 จากคลัสเตอร์ “สถานบริการ” ย่านทองหล่อ แพร่ลุกลามรวดเร็วยิ่งกว่าคราวใด

ในรอบ 7 วัน ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งจาก 2 หลัก เป็น 3 หลัก จากกว่า 200 เป็น
กว่า 300 พุ่งขึ้นกว่า 500 จนใกล้ 1,000 คนต่อวัน

นับเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เร้าใจที่สุดตั้งแต่มีมาทุกคราวเมื่อเผชิญกับปัญหา “นายกรัฐมนตรีคนนี้” จะชี้นิ้วพร้อมน้ำเสียงขึงขังกำชับเข้มงวดกับผู้อื่น

“มาตรการ” ทุกครั้งมักง่าย คล้ายเข้มงวดจริงจัง แต่เหวี่ยงแหเอาตัวรอด เลือกที่จะพูดและทำแต่สิ่งที่ไม่กระเทือนเสถียรภาพของพรรคพวกบริวาร

โควิดรอบ 3 นี้ไม่ได้มาจากตลาดอาหารทะเลสดหรือชุมชนชีวิตที่ดิ้นรนของชนชั้นล่าง ไม่ใช่มาจากกลุ่มคนเห็นต่างที่ชุมนุมแล้วถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ

Advertisement

ตัวแพร่เชื้อคราวนี้เป็นกลุ่มนักการเมืองกับพ่อค้าเมกะโปรเจ็กต์และเครือข่าย !

เป็นความจริงว่า “คริสตัลคลับ” นั้นใครๆ ก็ไปเที่ยวได้ แต่ทำไมสายตาของผู้คนจึงต้อง “พุ่งเป้า” เพ่งเล็งไปที่นักการเมืองกลุ่มหนึ่ง

เหตุใด “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ต้องประดิษฐ์คำเปรียบเปรยว่า “ไทยคู่ฟ้าคลับ”

“คาสุยะ นะชิดะ” เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไม่อิดเอื้อนรีรอ ประกาศยอมรับก่อนใครว่า ไปเที่ยวที่คริสตัลคลับและต่อมาเมื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผลก็เป็นบวก

นักการทูตเลือดบูชิโด ยอมรับก่อนและขอโทษคนไทยก่อน จากนั้นจึงมีหนังสืออย่างเป็นทางการถึง นาย
ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนมาตรการบริหารเศรษฐกิจฯ ว่า “ข้าพเจ้าขอแสดงความขอโทษต่อประชาชนไทยอย่างสุดซึ้งสำหรับความห่วงกังวลที่เกิดขึ้นจากที่ได้รับการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสมแล้ว”

ไม่มีท่วงทำนองเช่นนี้ให้เห็นจากบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทย !

คำว่า “ผมขอโทษ” และ “ผมขอแสดงความเสียใจ” จะไม่หลุดออกจากปากของชนชั้นสูง นักการเมือง นักการทหาร นายตำรวจใหญ่หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

ประชาชนมีหน้าที่รับฟัง รับปฏิบัติ

แม้แต่ “วัคซีน” ก็ต้องรอรับตามที่นายกรัฐมนตรีตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “การผลิตวัคซีนในไทยต้องดำเนินการโดยสยามไบโอไซเอนซ์เท่านั้น”

เข้าใจมั้ย !?!!!