เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก สส.บช.น.สั่งการให้ พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.,พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษฯ นำกำลังจับกุม นายขวัญชัย มิตรทอง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาหลอกขายของมือสองผ่านเฟซบุ๊ก ได้ที่บ้านเลขที่ 88/10 หมู่ที่ 9 ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ภายหลังมีผู้เสียหายร้องเรียนกับตำรวจว่าถูกคนร้ายใช้เฟซบุ๊กปลอมเข้าไปในกลุ่มขายของมือสอง จำพวกอะไหล่รถมือสอง , อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ จากนั้นเมื่อมีสมาชิกในกลุ่มคนใดโพสต์ต้องการซื้อ – ขายสินค้า หรือเพจใดมีการเสนอขายสินค้า ผู้ต้องหาก็จะทักไปหาเพื่อหลอกขายสินค้าให้ผู้เสียหายแต่กลับไม่ส่งสินค้าไป
เมื่อผู้เสียหายทวงถาม ผู้ต้องหาก็จะด่ากลับ หรือบล็อกผู้เสียหายรายนั้นๆ ทันที ส่งผลให้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าไปโพสต์ประจาน ร้องเรียนในเพจเกี่ยวกับการร้องทุกข์กลโกง ผู้ต้องหาก็จะสร้างบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวใหม่ และก่อเหตุซ้ำซากเรื่อยมา แต่ยังคงใช้บัญชีธนาคารเดิมสำหรับรองรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพิษณุโลก จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้
สอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ ตนเองเป็นตัวการในการกระทำความผิดดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน โดยเคยถูกจับกุมเมื่อปี 2562 ศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ลงโทษจำคุกแต่เนื่องจากไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อนจึงให้รอลงโทษทางอาญา 2 ปี ก่อนจะออกมาและกระทำความผิดเช่นเดิมอีก เนื่องจากเป็นช่องทางหาเงินได้ง่ายประกอบกับตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง
สำหรับบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาเคยใช้ในการรองรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย 18 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีธนาคารส่วนตัวของผู้ต้องหา และบัญชีธนาคารของบุคคลที่ผู้ต้องหารู้จัก ซึ่งผู้ต้องหาได้ขอยืมบัญชีธนาคารมาใช้ โดยให้ค่าตอบแทนในการยืมบัญชีธนาคารมาใช้ บัญชีธนาคารละ 500-1,000 บาท
จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับที่ยังหลบหนีอีก 2 หมายจับในข้อหา “ ตัวการฉ้อโกง , ร่วมกันฉ้อโกง ,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ ”
เบื้องต้นแจ้งข้อหา“ฉ้อโกง โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกระทุ่ม ภ.จว.พิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

