นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมหากมีการใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ว่า ขณะนี้ต้องแยกก่อนว่า เมทแอมเฟตามีน และแอมเฟตามีน เป็นคนละตัวกัน โดยทั้งคู่เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไม่มีการนำมาใช้ทางการแพทย์ แต่ล่าสุดทางกระทรวงยุติธรรมพิจารณาว่าอาจลดระดับลงจากยาเสพติดให้โทษเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ซึ่งแพทย์จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ก็ต้องมาทำข้อมูลให้ชัดเจนว่า จะใช้ประโยชน์ตัวไหน ซึ่งในแง่ความพร้อมของสถานพยาบาลในการบำบัดรักษา กระทรวงสาธารณสุขพร้อมรองรับบำบัดรักษา แต่ต้องชัดเจนว่าสารตัวไหนที่จะลดระดับลง
“ในทางการแพทย์ก็มีคุยกันว่า ระหว่างเมทแอมเฟตามีน และแอมเฟตามีน ตัวไหนใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มากกว่ากัน ซึ่งแอมเฟตามีน มีข้อมูลว่าใช้ได้มากกว่า เมทแอมเฟตามีน เนื่องจากตัวเมทแอมเฟตามีน มีผลกระทบต่อสมองมากกว่า ดังนั้น หากจะลดระดับน่าจะเป็นแอมเฟตามีน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คงต้องมีการศึกษาข้อมูลว่าจะเป็นอย่างไร” ปลัดสธ.กล่าว
นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมระบบรองรับการผ่องถ่ายผู้เสพ ผู้ติดจากกรมควบคุมความประพฤติประมาณ 1 แสนคน มาอยู่ในการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ในแง่ของการเป็นผู้ป่วย ซึ่งในการดูแล ด่านแรกจะเป็นโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) ของกระทรวงฯ ซึ่งจะมีการคัดกรองวินิจฉัยว่าผู้ป่วยอยู่ในระดับใด เนื่องจากอาจไม่ต้องรักษาแบบผู้ป่วยใน แต่เป็นการรักษาในลักษณะไม่ต้องค้างคืน คือเป็นผู้ป่วยนอก ซึ่งขณะนี้กำลังร่างหลักสูตรมาตรฐานให้แก่บุคลากร เพื่อทำหน้าที่ดูแลคนไข้ด้วย คาดว่าจะผ่องถ่ายมาที่ สธ.ได้ประมาณเดือนตุลาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีการลดระดับเมทแอมเฟตามีน และแอมเฟตามีนนั้น ได้ข้อสรุปว่าควรลดประเภทใด นพ.พงศ์เกษม กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะลดกลุ่มใด เป็นระดับใดบ้าง คาดว่าน่าจะต้องเชิญราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา เพื่อจัดทำข้อมูลให้ชัดเจนขึ้น


