‘อนุทิน’ ย้ำไทยเดินตามแผน ‘วัคซีน-น้ำยาตรวจ-บริหารเตียง-ยา’ ผู้ติดเชื้อต้องเข้าถึงมือหมอตามกฎหมาย

20.04.21 | 11:32 น.

‘อนุทิน’ ย้ำไทยเดินตามแผน ‘วัคซีน-น้ำยาตรวจ-บริหารเตียง-ยา’ ผู้ติดเชื้อต้องเข้าถึงมือหมอตามกฎหมาย หายเร็ว-แพร่เชื้อน้อย เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้เราพยายามเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทุกรายว่าจะมีรายใดสามารถส่งวัคซีนให้เราได้ภายในช่วงเดือนพฤษภาคม (พ.ค.) แต่เท่าที่มีความเป็นไปได้ขณะนี้ก็จะมีวัคซีนจากบริษัทซิโนแวค ขณะเดียวกัน เราก็หวังว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในประเทศไทยจะดำเนินการส่งวัคซีนให้กับกระทรวงสาธารณสุขได้ทันตามกำหนดการที่เราตกลงกันไว้ในสัญญาจัดซื้อจัดหา

นายอนุทินกล่าวว่า ตามที่ทุกคนเห็นว่าควรจะมีวัคซีนสำรอง เราก็ได้เจรจากับผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์แล้ว ซึ่งหากเขามีวัคซีนให้เรา มีเงื่อนไขที่รับได้ เราก็พร้อมที่จะซื้อ อย่างไรก็ตาม วัคซีนหลักของเรายังเป็นแอสตร้า ซึ่งจากรายงานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ต้องติดตามผลการผลิตวัคซีน ล่าสุด ก็ยังยืนยันคุณภาพการผลิตว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ทุกประการ ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้ผลิตต้องส่งเอกสารให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่ออนุมัติไซต์การผลิตเพิ่ม คือสยามไบโอไซเอนซ์ ที่ผลิตวัคซีนแอสตร้าเพิ่มอีกแห่งซึ่งเป็นไปตามขั้นตอน ยืนยันว่าไม่ช้า เพราะจะอนุมัติก่อนวัคซีนจะผลิตเสร็จก็ไม่ได้

“ตอนนี้เขาเริ่มผลิตออกมาแล้ว อยู่ในขั้นตอน ทำให้มั่นใจว่าความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานทุกอย่างและพร้อมส่ง จำนวนส่งมอบแต่ละเดือนเป็นหน้าที่ของกรมควบคุมโรคที่จะเจรจากับผู้ผลิต” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงน้ำยาตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในหลายพื้นที่เริ่มเกิดปัญหา นายอนุทินกล่าวว่า “ทาง นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่ายังมีความเพียงพอ นอกจากนี้ก็ได้สั่งสำรองจากในและนอกประเทศไว้แล้ว ซึ่งมีมากกว่า 1 ล้านชุด” นายอนุทินกล่าว และว่า โดยมีระบบกระจายชุดตรวจโควิด-19 ไปตามหน่วยบริการ โรงพยาบาล (รพ.) ห้องแล็บต่างๆ ซึ่งทางเอกชนก็มีของเขา เราก็มีของเราที่ส่งกระจายไป

Advertisement

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้เราไม่มีปัญหา อย่าไปคิดว่าทุกอย่างเป็นปัญหาหมด การฉีดวัคซีนที่เราเพิ่งได้รับมา 2 ล้านโดส เราก็ทยอยฉีดแล้ว โดยเฉพาะ 1 ล้านโดสล่าสุด ก็เพิ่งมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 เม.ย.นี้เอง ซึ่งสัปดาห์นี้เราก็ตั้งเป้าฉีดให้กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งภาครัฐและเอกชนให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เขากังวลเวลาที่ต้องไปรักษาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงมาก

“ทุกอย่างเป็นตามกำหนดการ เป็นไปตามสิ่งที่เราได้ตั้งเอาไว้ ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ก็บริหารจัดการได้ ไม่ขาด มีการใช้เพิ่มขึ้น ก็หามาเพิ่มขึ้น เราพยายามให้มีสำรองตลอดเวลา 5 แสน-1 ล้านเม็ด ให้เกิดการหมุนเวียนใช้ไป ยาเก็บนานมากไม่ได้ เพราะมีอายุใช้งาน” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวย้ำว่า ผู้ติดเชื้อทุกรายจะต้องเข้าถึงแพทย์ ได้รับการรักษาพยาบาล ไม่จำกัดว่าต้องเป็น รพ.สนาม แต่ต้องได้เข้ารับการรักษา ทั้งนี้ เราได้จัดคิวให้ดีที่สุด หากมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากก็จะต้องแบ่งหน่วยบริการออกไป รพ.ที่มีเตียง มีอุปกรณ์แพทย์ครบถ้วนก็ต้องสำรองไว้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่หากผู้ติดเชื้ออาการน้อย หรือไม่มีอาการ ก็สามารถอยู่ใน รพ.สนาม ตามกฎหมายแล้วผู้ติดเชื้อไม่สามารถปฏิเสธการรักษาได้

“คนที่ป่วย หากเข้าถึงมือแพทย์เร็วโอกาสหายก็เร็วขึ้น โอกาสแพร่เชื้อก็น้อยลงไป ทุกคนก็สามารถทำประโยชน์ได้ แม้กระทั่งในเวลาที่เจ็บป่วย” นายอนุทินกล่าว