คร.แจงข้อมูล’ไวรัสซิกา’ ถูกยกพื้นที่สีแดง เหตุข้อมูลไม่ครบ ขออย่าแตกตื่น

30.08.16 | 16:01 น.
นพ.อำนวย กาจีนะ

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่กรมควบคุมโรค นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ว่า ตามที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรป (European Center for Disease Prevention and Control : ECDC) ได้จัดให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสซิการะดับสีแดง คือ มีการแพร่กระจายของโรคอย่างกว้างขวางในช่วง 3 เดือนนั้น ขอชี้แจงว่าการจำแนกของอีซีดีซีนั้นต่างจากการจำแนกขององค์การอนามัยโลกหรือฮู (WHO) โดยข้อมูลที่อีซีดีซีใช้เป็นข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ และ คร.ไม่เคยส่งข้อมูลอย่างเป็นทางการไปให้กับอีซีดีซี เข้าใจว่าข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อต่างๆ จึงอยากให้ใช้ข้อมูลการจำแนกพื้นที่ระบาดของฮูเป็นหลัก เพราะหลักเกณฑ์การจำแนกเป็นมาตรฐาน ส่วนการจำแนกของอีซีดีซีเป็นการใช้เพียงจำนวนผู้ป่วยเป็นสำคัญเท่านั้น และเป็นข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนเนื่องจากมีประเทศที่พบผู้ป่วยมากกว่าที่รายงานโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

นพ.อำนวยกล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมทั้งปีจำนวนหนึ่ง ซึ่งพบใน 16 จังหวัด ในจำนวนนี้เหลือเพียง 6 จังหวัดที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังในระยะฟักตัวของโรคที่ 28 วัน โดย จ.สมุทรปราการ พ้นระยะการเฝ้าระวังแล้ว และ จ.หนองคาย จะพ้นระยะเฝ้าระวังในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ จึงเหลือแค่ 4 จังหวัดที่ยังต้องเฝ้าระวังอีก 2 สัปดาห์คือ เชียงใหม่ จันทบุรี เพชรบูรณ์ และ บึงกาฬ ซึ่งได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอความร่วมมือในการกำชับเจ้าหน้าที่ปกครองส่วนท้องถิ่น อุตสาหกรรม พาณิชย์ สถานศึกษา ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการควบคุมป้องกันโรค ขอให้ประชาชนมั่นใจ ทั้งนี้ กระทรวงได้มีมาตรการเฝ้าระวังใน 4 ด้านคือ 1.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.เฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการศีรษะเล็กแต่กำเนิด และ 4.เฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท

“นอกจากนี้ ได้ตั้งคณะทำงานศึกษาเฝ้าระวังกลุ่มทารกพิการศีรษะเล็กย้อนหลัง รวมทั้งศึกษาข้อมูล ณ ปัจจุบัน และติดตามว่า มีทารกศีรษะเล็กมากน้อยแค่ไหน และมาจากสาเหตุใด ซึ่งจะมีการรายงานให้ทราบเป็นระยะ แต่ล่าสุดยังไม่พบรายงาน โดยจากข้อมูลที่ผ่านมามีหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ 20 ราย คลอดแล้ว 6 ราย โดยทารกเป็นปกติทุกราย อีกทั้ง ล่าสุดทราบว่าในสหรัฐอเมริกาและยุโรปอยู่ระหว่างการศึกษาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสซิกาตอนนี้อยู่ในขั้นการทดลองในมนุษย์ คาดว่าน่าจะสำเร็จใน 2-3 ปีข้างหน้าและจะใช้ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์” นพ.อำนวยกล่าว