เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่เมรุวัดมหาธาตุ เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายน้อย (นามสมมุติ) วัย 79 ปี และนางนิด (นามสมมุติ) อายุ 78 ปี พ่อและแม่ผู้ป่วยโควิดเพศชายวัย 45 ปี ที่เสียชีวิตที่ รพ.นครพนม เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา มาประกอบพิธีฌาปนกิจลูกชาย โดยมีเพื่อนและญาติมาร่วมพิธีกว่า 20 คน หลังทำพิธีถวายภัตตาหารเพลเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ลูกชาย รถกู้ชีพ รพ.นครพนม นำร่างบรรจุใส่โลงแล้วนำเข้าเตาเผาทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ฉีดยาฆ่าเชื้อนอกโลงและรถกู้ชีพ จากนั้นพระสงฆ์ 4 รูป ทำพิธีสวดมาติกา-บังสกุล ขณะสวดญาตินำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ของผู้เสียชีวิตหลังฉีดยาฆ่าเชื้อจาก รพ.นครพนม มาโยงสายสิญจน์เพื่อทำพิธีบังสุกุลให้ด้วย
นายน้อย พ่อผู้ตาย กล่าวว่า หลังทราบข่าวการเสียชีวิตลูกชาย ตนและภรรยาร้องไห้จนไม่มีน้ำตา หลังตั้งสติจึงให้ลูกชายคนโตขับรถมาที่ รพ.นครพนม เตรียมวัดเพื่อทำพิธีฌาปนกิจ โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.นครพนม เดินทางมาให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือ
นายน้อยกล่าวอีกว่า มีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 46 ปี ส่วนคนเล็กที่เสียชีวิตเป็นคนสุดท้อง ตั้งความหวังไว้กับลูกคนเล็กมากเพราะเขายังโสด ก่อนจะเสียชีวิตลูกชายนำนักธุรกิจคนหนึ่งเดินทางจาก จ.พระนครศรีอยุธยา มาซื้อที่ดินที่ริมฝั่งโขง บ้านท่าควาย ราคา 10 ล้านบาท เพื่อจะสร้างบ้านพักตากอากาศ ต่อมาทราบว่าติดโควิด เข้ารักษาตัวที่ รพ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. กระทั่งเสียชีวิต จึงนำศพมาประกอบพิธีที่วัด หากเอาศพกลับไปบ้านที่ อ.ศรีสงคราม เกรงว่าชาวบ้านจะว่านำเชื้อเข้าไปในอำเภอ หลังฌาปนกิจจะนำอัฐิไปลอยอังคารในแม่น้ำโขง หลัง 3 เดือนหากโควิดลดลงจึงจะนำกระดูกส่วนหนึ่งไปบำเพ็ญกุศล 100 วันที่บ้านเกิด ส่วนภรรยาป่วยเป็นโรคเบาหวาน ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ หลังจากที่นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เดินทางมาให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือ ก็ไม่ได้เข้ามาร่วมฌาปนกิจยังคงอยู่ที่หน้าวัด เนื่องจากร้องไห้เสียใจอยู่เกรงทำใจไม่ได้
นายแพทย์มานพ ฉลาดธัญกิจ นายแพทย์สาธารณสุข จ.นครพนม กล่าวว่า ผู้ตายมีประวัติเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันและปอด เคยผ่าตัดสมองมาด้วย และมีประวัติเข้าสถานบันเทิงต่อเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนแนวทางจัดการศพ หลังจากใส่ถุงแดง 2 ชั้นจาก รพ.นครพนม นำร่างใส่หีบศพสนิทและเผาโดยเร็วที่สุด

