แพทย์ ชี้ผลหลังฉีดวัคซีนเกิดขึ้นได้ ย้ำ “ซิโนแวค” มีประสิทธิภาพป้องกันโรค ขอมั่นใจความปลอดภัย

24.04.21 | 17:04 น.

 แพทย์ ชี้ผลหลังฉีดวัคซีนเกิดขึ้นได้ ย้ำ “ซิโนแวค” มีประสิทธิภาพป้องกันโรค ขอมั่นใจความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข ศ.ดร.นพ.วิปร วิประกษิต คณะแพทศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงประเด็นวัคซีนโควิด-19 ว่า ขณะนี้วัคซีนโควิดที่ได้ยินกันมาก มี 3 กลุ่ม คือ วัคซีนชนิดเชื้อตาย อย่างซิโนแวค วัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์(Viral vector vaccine) อย่างแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนชนิด RNA อย่างไฟเซอร์ โมเดอร์นา และสปุตนิก ไฟว์ สำหรับภาวะแทรกซ้อนจากการรับวัคซีนนั้น เราต้องพิจารณาประโยชน์กับความเสี่ยงทุกครั้ง แน่นอนว่า ความเสี่ยงย่อมมี ทั้งนี้ สามารถแบ่งออกเป็นอาการไม่พึงประสงค์ และอาการแพ้วัคซีน ซึ่งอาการแพ้วัคซีนจะคล้ายคนแพ้อาการ แพ้อาหาร ส่วนอาการไม่พึงประสงค์อาจเกิดจากตัววัคซีน หรือส่วนประกอบของวัคซีน หรือเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายผู้รับวัคซีน ซึ่งเป็นกระบวนการภายในของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ศ.ดร.นพ.วิปร กล่าวว่า อาการไม่พึงประสงค์ แบ่งออกเป็นเฉพาะที่ และเป็นระบบ บางคนมีไข้ต่ำๆ มีอาการอ่อนเพลีย ง่วง เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ แต่ปฏิกิริยาที่เป็นข่าวและทำให้หลายๆท่านกังวลใจ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเครียดตอบสนองต่อการฉีดวัคซีน หรือที่เรียกว่า Immunization Stress Related Response หรือ ISRR ซึ่งเกิดขึ้นเพราะมนุษย์แต่ละคนแตกต่างกัน คนบางคนเมื่อมีความเครียดในการฉีดวัคซีน ก็จะกระตุ้นระบบภายในร่างกาย ระบบสำคัญจะเกี่ยวข้องกับ Stress ฮอร์โมนทั้งหลาย กระตุ้นระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดมีการหดตัว ซึ่งผู้รับวัคซีนไม่ได้แกล้งทำ เหมือนกรณีบางคนพูดในที่สาธารณะเป็นลมก็มี

ศ.ดร.นพ.วิปร กล่าวว่า ปัจจุบันจึงมีข้อแนะนำเมื่อพบผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการทางระบบประสาทหลังรับวัคซีน เช่น ชา อ่อนแรง ตามัว ต้องทำอย่างไร ซึ่งต้องมีแพทย์มาประเมินและให้คำแนะนำว่า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นมาจาก ISRR หรือเกิดจากปัญหาอย่างอื่น เช่น มีลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือมีเลือดออก เพราะเกร็ดเลือดต่ำ ซึ่งมีน้อยมากกรณีแบบนี้ในต่างประเทศ และในไทยก็ยังไม่มี จึงเป็นเหตุผลที่ว่าหลังฉีดวัคซีนต้องสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที

สำหรับข้อมูลในต่างประเทศเวลาฉีดวัคซีนซิโนแวคมีปฏิกิริยานี้หรือไม่ ศ.ดร.นพ.วิปรกล่าวว่า จากข้อมูลประเทศบราซิล ปฏิกิริยาที่เป็นผลแทรกซ้อนเปรียบเทียบระหว่างวัคซีนซิโนแวคที่เป็นยาจริงและยาหลอกเป็นอย่างไร ปรากฏว่า ปฏิกิริยาไม่แตกต่างกัน อย่างบางคนฉีดยาหลอกก็มีอาการอ่อนแรงได้ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาร่างกายที่เกิดขึ้นได้

“สำหรับประโยชน์ของวัคซีน จากการศึกษาของบราซิลในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าจำนวน 12,000 คน โดยการศึกษาประสิทธิภาพขั้นต้น เปรียบเทียบการติดเชื้อของคนที่ฉีดวัคซีนหลอก(น้ำเกลือ) เมื่อฉีดแล้วจำนวนคนติดเชื้อและมีอาการเพิ่มสูงขึ้น ส่วนคนที่รับวัคซีนจริงพบว่า วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแล้วมีอาการได้ 50.7% อันนี้เป็นที่มาที่คนมักเอามาว่า จำนวนน้อย แต่เราเปรียบไม่ได้ เพราะอันนี้เขาเปรียบเทียบบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูง ที่สำคัญยังพบว่าคนติดเชื้อแล้วมีอาการระดับที่ต้องให้ออกซิเจนสามารถป้องกันได้เกือบ 84% และไม่พบใครต้องเข้าไอซียูเลย สรุปคือ วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกัน แม้จะติดเชื้อแล้วภูมิต้านทานก็พอเพียงทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ไม่ให้ลุกลามจนเกิดอาการรุนแรงจนถึงต้องเข้าไอซียู” ศ.ดร.นพ.วิปร กล่าวและว่า ข้อมูลของคนไทยจากการศึกษาของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ อาจารย์เชี่ยวชาญของจุฬาฯ มีการศึกษาภูมิต้านทานหลังฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มครบพบว่า ระดับภูมิต้านทานเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงเสริมความมั่นใจได้มากขึ้น

Advertisement