ศบค.เผยติดเชื้อใหม่ 2,048 ราย ตายอีก 8 ราย ชี้ อายุน้อยลง อาการทรุดเร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) แถลงข่าวการระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า วันนี้ผู้ป่วยใหม่ 2,048 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยใหม่ 1,991 ราย การคัดกรองเชิงรุก 47 ราย ผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค 10 ราย ทั้งนี้ จำนวนผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 57,508 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 31,593 ราย เหลือที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาล(รพ.) 25,767 ราย แบ่งเป็นในรพ. 20,461 ราย ในรพ.สนามและอื่นๆ 5,306 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย สะสม 148 ราย อัตราเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 0.26 ขณะนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 563 ราย ผู้ที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 150 ราย อยู่ที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) 60 ราย ชลบุรี 12 ราย สมุทรปราการ 11 ราย ปทุมธานี 6 ราย นนทบุรีและเชียงใหม่ จังหวัดละ 5 ราย อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ป่วยในการระบาดระลอกใหม่เดือนเม.ย.2564 สะสม 28,645 ราย เสียชีวิตสะสม 54 ราย

“จำนวนผู้ใช้ท่อช่วยหายใจ นับเป็น 1 ใน 4 ของผู้ที่มีอาการหนัก ต้องสะท้อนให้เห็นว่า ทรัพยากร บุคลากรทางการแพทย์ เตียง และอุปกรณ์ช่วยหายใจ จำเป็นต้องสำรองไว้ในกรณีนี้” พญ.อภิสมัย กล่าว
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 141 ของประเทศไทย ชายไทย อายุ 61 ปี จ.ปทุมธานี โรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด มีประวัติพักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เหนื่อย แน่นหน้าอก เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต เวลา 01.55 น.
ผู้เสียชีวิตรายที่ 142 ชายไทย อายุ 45 ปี ใน กทม. ปฏิเสธโรคประจำตัว มีประวัติเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ หายใจลำบาก เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต ด้วยภาวะไตวายเฉียบพลัน
ผู้เสียชีวิตรายที่ 143 ชายไทย อายุ 24 ปี จ.อุดรธานี โรคประจำตัว คือ โรคเนื้องอกในหลอดน้ำเหลือง มีประวัติเสี่ยงร่วมงานเลี้ยง เมื่อวันที่ 22 เม.ย. มีไข้ ถ่ายเหลว อาเจียน เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผลพบเชื้อและเสียชีวิตในเวลา 21.45 น. ด้วยโรคประจำตัว
ผู้เสียชีวิตรายที่ 144 ชายไทย อายุ 92 ปี จ.ชัยภูมิ โรคประจำตัว คือ หัวใจขาดเลือด ประวัติเสี่ยงพบญาติที่มาเยี่ยมจากต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 19 เม.ย. มีไข้ เจ็บหน้าอก เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต เวลา 15.37 น.
ผู้เสียชีวิตรายที่ 145 ชายไทย อายุ 63 ปี จ.ยะลา โรคประจำตัว คือ ไตวายเรื้อรัง มีประวัติเสี่ยงพบญาติที่มาเยี่ยมจากต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีเหนื่อย ไอ นอนไม่หลับ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 เม.ย. เสียชีวิต เวลา 06.45 น.
ผู้เสียชีวิตรายที่ 146 หญิงไทย อายุ 52 ปี ในกทม. โรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์เป็นพิษและโรคอ้วน พักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อย เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต ในเวลา 20.05 น.
ผู้เสียชีวิตรายที่ 147 หญิงไทย อายุ 57 ปี ในกทม. โรคประจำตัว คือ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง เมื่อวันที่ 16 เม.ย. มีไอ ปวดหลัง เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิต ในเวลา 23.15 น. อยู่ในระหว่างการสอบสวนปัจจัยการเสียชีวิต
ผู้เสียชีวิตรายที่ 148 ชายไทย อายุ 60 ปี ในกทม. โรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูง อยู่ระหว่างสอบสวนปัจจัยเสี่ยง เมื่อวันที่ 17 เม.ย. มีไข้ ไอ เหนื่อย เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ผลพบเชื้อ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เสียชีวิตในเวลา 19.37 น.
“ผู้เสียชีวิตระยะหลังมีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อรายก่อนหน้า และพบเชื้อในระหว่างการกักตัว หลายท่านจะพบว่าอายุน้อยลง ระยะการป่วยและทรุดลง ค่อนข้างเร็ว ซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงในการรอเตียง พูดคุยถึงทางเลือกในการดูแลตัวเองที่บ้าน เพราะมีรายงานตัวเลขเป็นระยะว่า แม้ว่าร่างกายแข็งแรงแต่ร่างกายทรุดเร็ว ทำให้การช่วยเหลือในรพ. ล่าช้าเกินไป” พญ.อภิสมัยกล่าว
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อใหม่ 727,349 ราย สะสม 147,783,379 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 9,924 ราย สะสมที่ 3,122,538 ราย โดยประเทศที่มีการติดเชื้อมากใหม่และเสียชีวิตมากที่สุด คือ อินเดีย ติดเชื้อรายใหม่ 354,531 ราย สะสม 17,306,300 ราย ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 2,806 ราย สะสม 195,116 ราย ขณะเดียวกัน มาเลเชีย มีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,690 ราย สะสม 392,942 ราย เมียมา 8 ราย สะสม 142,712 ราย สิงคโปร 40 ราย สะสม 61,006 ราย ซึ่งทำให้มีการชะลอเปิดการเดินทางระหว่างประเทศออกไป ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 106

