‘บิ๊กเข้’ ชงอภัยภูเบศรวิจัยประโยชน์ ‘ผักตบชวา’ แพร่พันธุ์เร็ว อาจมีสารช่วยติดลูกง่าย

31.08.16 | 15:11 น.

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติและการประชุมวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ภายใต้หัวข้อ”สมุนไพรไทย เศรษฐกิจไทย อนาคตไทย : THAI HERBS FOR A BRIGHTER FUTURE OF THAILAND” โดยมีนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ. นพ.สุริยะ วงศ์คงคาเทพ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และผู้บริหารเข้าร่วม  โดยภายในงานยังมอบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลเชิดชูเกียรติหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. 2559 ได้แก่ นายชอย สุขพินิจ จ.สุรินทร์ อายุ 78 ปี มีความรู้ความชำนาญด้านการรักษากระดูกหัก อาการผิดสำแดง อาการพิษ มะเร็ง ริดสีดวง แมลงสัตว์กัดต่อย

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแพทย์แผนไทย โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 สิงหาคม 2558 ให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาพืชสมุนไพรไทยให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรไทย ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันการแพทย์แผนไทยยังเป็นจุดอ่อน เมื่อเทียบกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากหาซื้อยาก มีกระบวนการยุ่งยากในการนำมาใช้ ความเชื่อมมั่นในตัวยาสมุนไพร ทั้งผู้ผลิต การปรุงยาอาจไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งปัจจุบันมีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงมากมาย ซึ่งตนมองว่ายังเป็นจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาให้เป็นจุดแข็ง เนื่องจากประเทศไทยมีพืชสมุนไพรกว่า 11,000 ชนิด มีประมาณ 1,800 ชนิดที่มีการวิจัย และมี 300 ชนิดที่ใช้อย่างแพร่หลาย ดังนั้น จะต้องมีการพัฒนาและลดความยุ่งยากในการใช้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และบริษัทต่างๆ ได้มีการศึกษาวิจัยและผลิตในรูปแคปซูล ยาเม็ด หรือแม้แต่เป็นเวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่ง 2 อย่างหลังเป็นตัวชูโรง มีมูลค่ามหาศาล

DSC_3706

“แม้ที่ผ่านมาจะมีการพัฒนาสมุนไพรให้ใช้ง่ายมากขึ้น แต่จะดีกว่านี้หากมีนวตกรรมและทำให้ติดตลาด อย่างไปเกาหลีก็จะซื้อโสม ไปจีนก็ซื้อบัวหิมะ ถ้ามาไทยก็ต้องสร้างจุดแข็ง อย่างผักเบี้ยใหญ่ หรือกวาวเครือ ต้องทำให้นักท่องเที่ยวติดตลาดสมุนไพรไทยให้ได้ อย่างผักเบี้ยใหญ่ เป็นผักที่ขึ้นเต็มไปหมด แต่มีประโยชน์ด้านคอลลาเจน นำมาทำเวชสำอางได้ ตรงนี้ต้องทำให้เป็นจุดแข็ง หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นยังฮิตกินผักชีไทย บอกสรรพคุณมากมาย เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสาเหตุก่อมะเร็ง มีสรรพคุณอีกมาก ไทยก็ควรศึกษาและหาประโยชน์จากสิ่งที่มี อย่างใกล้ตัวชิด ผักตบชวา ขึ้นเต็มไปหมด แพร่พันธุ์รวดเร็วเต็มคลอง ก็น่าจะนำไปศึกษาวิจัยว่า นอกจากประโยชน์เอาไปให้หมูกิน หรือไปถักสานเป็นตะกร้าแล้ว อาจมีสารพิเศษอย่างการแพร่พันธุ์เร็วของผักตบชวา อาจมีสารทำให้ติดลูกง่าย ช่วยแก้ปัญหาคนมีลูกยาก แก้ปัญหาสังคมไทยเด็กเกิดน้อย เป็นต้น ทางรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรควรไปศึกษาเรื่องนี้” รองนายกฯ กล่าว

S__4038818

Advertisement

มหกรรมสมุนไพร_2110
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไฮไลท์ของงานอยู่ที่บูธของรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ที่ชูสมุนไพรสู้โลกร้อน อาทิ มะตูมนิ่ม เป็นยาอายุวัฒนะ ว่านตาลเดี่ยว ยาแก้ฝ้า พามดลูกเข้าอู่ ผักเบี้ยใหญ่ บำรุงผิวงามยามแดดแรง โดยผักเบี้ยใหญ่ ยังได้ผลิตเป็นเวชสำอางเพื่อบำรุงผิวพรรณ และเป็นสารไวท์เทนนิ่งช่วยผิวขาวใสอีก นอกจากนี้ ยังมีบูธที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ บุฟเฟต์ ชาสมุนไพร มีทั้งหมอ15 ชนิด นำมาต้มดื่มเป็นชาร้อนบำรุงร่างกาย อาทิ ชาดาวเรืองผสมดอกอัญชัน ช่วยบำรุงสายตา แก้จอประสาทตาเสื่อม ตาพร่ามัว ฟอกเลือด ชาใบเตย แก้ร้อนใน บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต เปราะหอม ขับลม ช่วยคลาดเครียด นอนหลับสบาย ชะเอมเทศ แก้น้ำลายเหนียว ทำให้ชุ่มคอ แก้อ่อนเพลีย เกสรบัวหลวง บำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ บำรุงครรภ์ เป็นต้น ภายในงานยังมีแจกต้นสมุนไพรอีกวันละ 300 ต้นอีกด้วย ขณะที่บูธองค์การเภสัชกรรม(อภ.) ชูผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยหน้าขาวใส จากมะหาดเป็นไฮไลท์

S__4038819