สบส.จ่อฟันคลินิกเอกชน ไม่ส่งข้อมูล-หาเตียงผู้ป่วยโควิด
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สบส.มอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้เริ่มเคาะประตูบ้านเพื่อทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด-19 การลงทะเบียนวัคซีนผ่านแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” การดูแลสุขภาพ และช่วงหลังสงกรานต์ ที่มีประชาชนที่กลับไปเยี่ยมบ้านและกลับมา ก็ให้ อสม.เข้าไปดูว่าผู้ที่อยู่ในบ้านมีอาการป่วยหรือไม่ หรือมีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มขึ้นหรือไม่ จึงขอฝากประชาชนให้ความร่วมมือให้ข้อมูล
นพ.ธเรศ กล่าวว่า ในช่วงที่มีผู้ป่วยจำนวนมากมาตรการป้องกันโรค การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ รวมถึงวัคซีนใจ ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์การสาธารณสุข และผู้บริหาร สธ.ทุกคน
“ขอฝากทุกคนมอบกำลังให้ท่าน ที่ทุ่มเทเสียสละอย่างแท้จริง จากการประชุมกันทุกวันร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ไม่เว้นวันหยุด เราต้องให้กำลังใจกันให้เราพ้นเรื่องนี้ไปด้วยกัน” นพ.ธเรศ กล่าว
นอกจากนี้ นพ.ธเรศ กล่าวถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแล็บนอกสถานพยาบาล ว่า การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก จึงมีการสนับสนุนให้ภาคเอกชน คลินิกแล็บ พัฒนาการตรวจขึ้นมาโดยผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 279 แห่ง เป็นภาครัฐ 176 แห่ง เอกชน 103 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 109 แห่ง ส่วนใหม่เป็นภาคเอกชน ที่มีคลินิกแล็บใหญ่ๆ ถึง 14 แห่ง
นพ.ธเรศ กล่าวว่า ตามที่ สบส. ออกประกาศแนวทางเพื่อให้คลินิกต่างๆ ดำเนินการ กำหนดว่า 1.ก่อนตรวจผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อ จะต้องเป็นคลินิกที่ได้รับรองจากกรมวิทยฯ 2.คัดกรองความเสี่ยงว่า ควรจะตรวจหรือไม่ และให้คำแนะนำผู้รับบริการก่อนตรวจว่า หากมีผลบวกต้องทำอย่างไร 3.หากผลตรวจเป็นบวก จะต้องแจ้งผู้รับบริการ แจ้งหน่วยควบคุมโรคภายใน 3 ชั่วโมง เช่น ในกรุงเทพฯ แจ้งที่สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) ต่อมาให้แจ้งกรมวิทยาศาสตร์ฯ เพื่อส่งข้อมูลเข้าโค-แล็บ (Co-Lab) รวบรวมจำนวนผู้ติดเชื้อ
“สำคัญที่สุดตามประกาศ คือ คลินิกแล็บจะต้องมีคู่สัญญากับสถานพยาบาลที่รับส่งต่อผู้ป่วย เพื่อเป็นหลักประกันเตียงให้ผู้ป่วย หรือ หากเตียงเต็มต้องประสานหาเตียงให้ผู้ป่วย แต่ถ้ายังหาไม่ได้ต้องรายงานไปยังผู้อนุญาตแต่ละพื้นที่ทราบ ข้อมูลขณะนี้ พบว่าในคลินิกแล็บ 14 แห่ง มี 11 แห่ง ที่มีสถานพยาบาลเอกชนเป็นคู่สัญญาแล้ว และที่เหลืออยู่ในระหว่างลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โดยประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ในเว็บไซต์ของ สบส.” อธิบดี สบส.กล่าว
นพ.ธเรศ กล่าวว่า ช่วงที่มีการระบาดโควิด-19 ได้รับร้องเรียนคลินิกแล็บโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ซึ่งได้รับการดำเนินการแล้ว 12 แห่ง ประเด็นหลัก คือ 1.การไม่ส่งต่อผู้ป่วยหลังตรวจพบเชื้อ 2.ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อไปยังกรมควบคุมโรค หรือกรมวิทยาศาสตร์ฯ และ 3.โฆษณาราคาค่าตรวจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุง ระงับการกระทำดังกล่าว แต่หากฝ่าฝืนก็จะมีการพักใช้หรือยุติการตรวจโควิด-19 และระงับโฆษณาต่อไป เป็นการดำเนินการทางกฎหมายจริงจัง ทั้งโทษปรับและจำคุกต่อไป หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลหรือเรื่องร้องเรียน ก็สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1426

