พินิจ นำทีม ‘ออกเเบบ-วิจัย’ โชว์นวัตกรรมล่าสุด ‘กรวยจราจรแปดเหลี่ยมจากยางพารา’

31.08.16 | 17:50 น.

เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่ห้องประชุมชั้น 8 บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์, นายอนุชิต วาณิชย์เสริมกุล กรรมการบริหาร Major Network และ นายประโยชน์ อาภรณ์ศิลป์ เจ้าหน้าที่บริหารการตลาด IRPC เดินทางมาแลกเปลี่ยน และนำเสนอนวัตกรรมกรวยจราจรแปดเหลี่ยมจากยางพารา โดยมีนายฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ

นายพินิจ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับการจัดงานยางพาราบึงกาฬ ที่ภาครัฐบาล ผู้บริหารท้องถิ่น เกษตรกรชาวสวนยาง ภาคการศึกษา ภาคการวิจัย และบริษัทมติชน ได้ร่วมจัดกิจกรรมกันมาทำให้เกิดการต่อยอดในเรื่องนวัตกรรมต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้กลายเป็นกระแสที่คนให้ความสนใจติดต่อมาจำนวนมาก บางนวัตกรรมขณะนี้อยู่ในระหว่างการวิจัย แต่ที่เป็นผลิตัณฑ์ออกมาแล้วนอกจากหมอนยางพารา ก็มีถนนยางพาราที่เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งนวัตกรรมนี้จะเป็นผลงานชิ้นสำคัญ หากประสบความสำเร็จจะช่วยลดต้นทุนการทำถนนได้มาก และมีการใช้ยางพาราจำนวนมาก

“รวมถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่มีการค้นคว้าวิจัยมานาน อย่างกรวยจราจรแปดเหลี่ยมจากยางพารา สามารถผสมน้ำยางไดด้มากถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นข่าวที่ดีมากแสดงให้เห็นว่านักวิจัยสนใจเรื่องยางพาราและนำไปเป็นการบ้านผลิตงานวิจัยออกมา ซึ่งทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่สนับสนุนให้มีการแปรรูปยางพาราในประเทศ

พินิจ จารุสมบัติ , อนุชิต วาณิชย์เสริมกุล, ประโยชน์ อาภรณ์ศิลป์
พินิจ จารุสมบัติ , อนุชิต วาณิชย์เสริมกุล, ประโยชน์ อาภรณ์ศิลป์

นายอนุชิต กล่าวว่า ในงานวันยางพาราและกาชาดบึงกาฬที่ผ่านมา ท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกให้เติมยางพาราเพื่อช่วยชาวสวนยางให้ได้ ซึ่งวันนี้เราทำสำเร็จแล้วด้วยการจับมือกับไออาร์พีซี สามารถนำเม็ดพาสติกมาผสมกับยางพารา 35 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของราคาและความทนทานไม่ต่างจากกรวยจราจรปกติ จำหน่ายในราคา 480 บาท กรวยแต่ละอันใช้น้ำยางพารา 1 กิโลกรัม

“ในประเทศมีนโยบายให้ใช้กรวยจากยางพารา 1 ตำบล 200 ตัวต่อปี ในแต่ละปีเราจะใช้กรวย 1,760,000 ตัว จะใช้ยางพาราปมากถึง 1,200 ตันต่อปี แต่ถ้าในสถานที่ราชการ หน่วยงานทางๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง นำกรวจยางพารามาใช้ด้วย จะทำให้แต่ละปีมีการใช้ยางไม่น้อยกว่า 44,000 ตัน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีหลายหน่วยงานนำมาใช้งานบ้างแล้ว เช่น กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ,กองบังคับการตำรวจภาค 1-ภาค9 เริ่มใช้งานบ้างแล้ว รวมถึงบริเวณ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นอกจากกรวยจราจรก็มองว่าจะนำยางพารามาทำตุ๊กตาล้มลุก แท่งแบริเออร์ และหุ่นจ่าเฉย หุ่นแทนพนักงานตอนรับในสถานที่ราชการจากยางพาราด้วย”

Advertisement

นายอนุชิต กล่าวอีกว่า สำหรับกรวยจราจรมีการออกแบบเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยม ทำให้มีการสะท้อนแสงได้ดีกว่ากรวยกลม ด้านบนมีการเจาะรูระบายลมทำให้กรวยไม่ล้ม ไม่มีฐานกรวยหรือตีนกรวยยื่นออกมา เวลารถขับผ่านก็จะขยับออกไปเฉยๆ ไม่มีโอกาสที่จะเหยียบฐานกรวยแล้วกระแทกมาโดนรถหรือล้มเลย ซึ่งกรวยจราจรแปดเปลี่ยมยังไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนและมีการจดสิทธิบัตรแล้ว นั่นหมายความว่ากรวยจราจรแปดเหลี่ยมจากยางพาราสามารถผลิตส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ปริมาณการใช้ยางก็จะมากขึ้น ขณะนี้ก็มีประเทศเวียดนามและกัมพูชาที่สนใจจะเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแล้ว

นายประโยชน์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีการใช้กรวยจราจรไม่ต่ำกว่า 3 ล้านอันต่อปี แต่ก็ยังไม่พอเพียง กรวยจราจรจากยางพาราเป็นนวัตกรรมที่ดี เรื่องการใช้งานในร่วมสามารถใช้ทดแทนเทียบเท่ากับกรวยจราจรทั่วไปได้ ส่วนงานกลางแจ้งปกติการใช้วัสถุดิบธรรมชาติอาจจะทำให้การใช้งานด้อยลงไป แต่กรวยยางจราจรอันนี้มีการส่ารเติมแต่งที่ช่วยเสริมคุณสมบัติ ทำให้การใช้งานได้เทียบเท่าแทนกันได้เลย

“สำหรับกรวยยางพาราที่ทำขึ้นมีการใช้กระบวนการปั่นเหวี่ยง (centrifuge) เพื่อให้น้ำยางพารามีความเข้มข้น โดยปกติรับจากชาวสวนยางมีความเข้มข้น 30 เปอร์เซ็นต์ แต่กรวยยางที่ทำออกมาใช้ยางพาราเข้มข้น 60 ปอร์เซ็นต์ ทำให้กรวยยางพาราแต่ละอันมีการใช้น้ำยางพาราถึง 2 เท่า แต่ทั้งนี้เราก็ยังมีการวิจัยพัฒนาและปรับสูตรเพื่อให้มีการใช้ปริมาณยางพาราที่สูงขึ้นและเพิ่มคุณสมบัตรให้มากขึ้นด้วย โดยตัวกรวยจราจรจากยางพารามีความสูง 82 เซ็นติเมตร กว้าง 42 เซ็นติเมตร ความพิเศษคือรูปทรงของกรวยมีการออกแบบแตกต่างจากเดิมและมีการจดสิทธิบัตรครั้งแรกของโลก และมีการใช้วัสดุธรรมชาติเป็นส่วนผสม ซึ่งไออาร์พีซีเป็นเจ้าแรกที่ใช้นวัตกรรมนำยางพารามาผสมได้ถึง 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นรายเดียวในโลกเช่นกัน” นายประโยชน์ กล่าว

นายประโยชน์ กล่าวอีกว่า การนำยางธรรมชาติมาวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายจากภาครัฐ อย่างกรวยจราจรจากยางพารา ได้นำเรียนพลเอก ประยุทธ์ ท่านก็ให้ความสนใจมาก ท่านแนะนำว่าอยากได้ตัวแบริเออร์ เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเราจะนำไปต่อยอดวิจัยต่อไป

พินิจ กรวยยาง