สธ.เผยแผนวัคซีนล็อต 37 ล้านโดส รัฐบาลซื้อ 30 ล้านโดส เอกชนหนุนอีก 7 ล้านโดส
เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – วันที่ 27 เมษายน ฉีดวัคซีนสะสม 1,279,713 โดส จำแนกตามกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ได้แก่ 1.บุคลากรสาธารณสุข 537,362 โดส 2.เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 129,641 โดส 3.ผู้อายุมากกว่า 60 ปี 15,791 โดส 4.ผู้มีโรคประจำตัว 39,738 โดส และ 5.ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 316,428 โดส อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีวัคซีนจำนวนมากขึ้น ก็จะต้องเร่งรัดฉีดให้มากขึ้น

นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวถึงแผนในการจัดหาวัคซีนของประเทศไทย ว่า แผนเดิมที่ได้จัดหาไว้แล้วรวม 63 ล้าน โดส แต่หากจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่จึงจำเป็นต้องฉีดให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากร ซึ่งคนไทยมี 70 ล้านคน จึงต้องฉีดในจำนวน 50 ล้านคน โดยต้องใช้วัคซีนจำนวน 100 ล้านโดส
“ทั้งนี้ รัฐบาลให้การสนับสนุนดำเนินการร่วมกันกับภาคเอกชน เพื่อช่วยกันหาวัคซีนเพิ่มอีก 37 ล้านโดส แบ่งเป็น การจัดหาของภาครัฐ 30 ล้านโดส โดยดูเทคโนโลยีวัคซีนอื่น ทั้งจากบริษัท ไฟเซอร์ ชนิด mRNA วัคซีนสปุตนิก และวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะเป็นแพลตฟอร์มเดียวกันกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อย่างไรก็ตาม จะต้องหาเพิ่มเติมเข้ามา เพื่อให้เรามีทางเลือกมากขึ้น ส่วนวัคซีนซิโนแวค ก็จะมีการจัดหาเพิ่มเติมด้วย” ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าว
นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวถึงการจัดหาวัคซีนของภาคเอกชนอีก 7 ล้านโดส ที่เอกชนยินดีสนับสนุนทั้งงบประมาณและการจัดหาเข้ามาเอง เพื่อฉีดให้กับบุคลากรของตัวเอง ว่า ได้แก่ วัคซีนโมเดอร์นา ชนิด mRNA วัคซีนซิโนฟาร์ม และอื่นๆ จะมีการนำมาขึ้นทะเบียนประเทศไทยในอนาคต
“ตามแผน หากเราจัดหาเพิ่มได้ 37 ล้านโดส หากได้ตามที่กำหนดประมาณเดือนตุลาคม และขณะเดียวกันที่มีการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ ในเดือนมิถุนายน เราก็จะสามารถฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของประชากรได้เลย” นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวและว่า สถานการณ์ระบาดโควิด-19 มาตรการป้องกันกำลังดีขึ้น ผู้ติดเชื้อใหม่เริ่มชะลอตัว แต่เรากำลังพบว่าผู้ที่ติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรงในช่วงนี้ บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ตามโรงพยาบาลจึงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อระดมการทำงานในพื้นที่ ซึ่งเราจะต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น

