เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายชาลี ลอยสูง รักษาการประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และเครือข่ายแรงงาน เดินทางมายื่นหนังสือถึง ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง เพื่อเรียกร้องขอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) ค่าจ้าง ที่จะมีการประชุมในวันที่ 15 กันยายนนี้ พิจารณาปรับอัตราค่าจ้างให้เท่ากันทุกจังหวัดอย่างเท่ากันหมด ทั้งนี้มีนายปฐม เพชรมณี รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้รับเรื่องแทน
นายชาลี กล่าวว่า ทางคสรท. มีความเป็นห่วงในเรื่องการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ปลัดกระทรวงแรงงาน ออกมาพูดว่า อนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดได้สำรวจข้อมูลและพบว่ามีเพียง 13 จังหวัดที่ขอขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ 4 บาทไปจนถึง 60 บาท ประกอบด้วย เพชรบูรณ์ สกลนคร อยุธยา อ่างทอง ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี กระบี่ ภูเก็ต นราธิวาส สระบุรี ปทุมธานี และสมุทรสาคร ส่วนที่เหลืออีก 64 จังหวัดไม่ได้ขอขึ้น ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้อง จริงๆการปรับขึ้นค่าจ้างต้องปรับทุกจังหวัดทั้งประเทศ และต้องปรับให้เท่ากันหมด โดยทางคสรท.เคยเสนอให้ปรับวันละ 360 บาททั่วประเทศ แต่ในกรณีที่พิจารณาแล้วไม่ได้ตามนั้น แต่ไม่ว่าจะปรับขึ้นเท่าใดต้องเท่ากันหมด
นายชาลี กล่าวต่อว่า คสรท.จึงรวมตัวยื่นหนังสือ เพื่อคัดค้านการพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำรายพื้นที่ เพราะความเป็นจริงการขึ้นค่าจ้างต้องเท่ากันทั้งประเทศ จึงจะถูกต้อง เนื่องจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำรายพื้นที่จะทำให้เกิดความเลื่อมล้ำ การอพยพแรงงานจากจังหวัดค่าจ้างต่ำสู่จังหวัดค่าจ้างสูง ก่อให้เกิดปัญหาสังคม และมติการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจากอนุกรรมการค่าจ้างไม่สะท้อนค่าครองชีพที่แท้จริง เพราะบางจังหวัดไม่มีสหภาพแรงงาน ก็ไม่ได้รับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ขณะที่แรงงานแต่ละจังหวัดต่างมีค่าครองชีพเหมือนกันหมด จึงต้องปรับทั่วประเทศถึงจะถูกต้อง โดยทาง คสรท. จะมีการติดตามการประชุมบอร์ดค่าจ้างในวันที่ 15 กันยายนนี้ว่า สุดท้ายแล้วจะมีมติอย่างไร


