เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 แถลงผลงานของ บก.ตม.3 คดีที่ 1 กก.สส.บก.ตม.3 จับกุมนายมิซูมา อายุ 40 ปี ชาวญี่ปุ่น ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังปรากฏข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นว่ากระทำผิดในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยร่วมกับพวกจำนวน 8 คน มีนายมิซูมา เป็นตัวการสำคัญผู้สั่งการในขบวนการนี้ทั้งหมด พฤติกรรมของแก๊งนี้จะโทรไปหาเหยื่อและแอบอ้างเป็นตำรวจ ตรวจสอบบัญชีเงินฝากแล้วหลอกเอารหัสบัตร จากนั้นจะส่งคนร้ายอีกคนปลอมตัวเป็นตำรวจ ไปบ้านเหยื่อใช้กลอุบายหลอกขโมยบัตรกดเงินของเหยื่อกดเอาเงินไป มีผู้ตกเป็นเหยื่อ 46 คน มูลค่าความเสียหาย 12 ล้านบาท เบื้องต้นแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีที่ 2 ตม.จว.สระแก้ว จับกุมนายประเสริฐ สงวนนามสกุล พร้อมชาวกัมพูชา 9 คน จับกุมนายมนตรี สงวนนามสกุล พร้อมชาวกัมพูชา 6 คน และจับกุมนางบานเย็น พร้อมชาวกัมพูชา 8 ราย ทั้งหมดเป็นขบวนการลักลอบขนคนกัมพูชาเข้าไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติแถวบ้านเสม็ด หมู่ 3 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว โดยจะอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่ อ.โอวจโรว จ.บันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา
พฤติการณ์ขบวนการนี้แบ่งหน้าที่กันทำโดยมีคนกัมพูชาเป็นผู้รับงานและสั่งการจ่ายงาน นางบานเย็น ใช้บ้านของตนเป็นสถานที่พักคอย และมีนายประเสริฐ และนายมนตรี ทำหน้าที่ขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า สีบรอนซ์ทอง และสีแดง ทะเบียน กทม. ทำหน้าที่ขนส่งคนจากบ้านนางบานเย็น ไปยังจุดหมายต่างๆ
เบื้องต้นแจ้งข้อหานางบานเย็น นายประเสริฐ และนายมนตรีว่า “ช่วยเหลือด้วยประการใดๆ อันตนรู้ว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคตามข้อกำหนด มาตรา 9 ข้อ 5 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยกระทำผิดต่างกรรมต่างวาระในแต่ละคน ส่วนต่างด้าวชาวกัมพูชา จำนวน 23 คน แจ้งข้อกล่าวหาว่า ” เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 3 ตม.จว.สุพรรณบุรี จับกุมชาวเมียนมา 12 คน มั่วสุมตั้งวงดื่มสุราฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้ที่ตึกแถวอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่บริเวณ ถนนเณรแก้ว ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลังรับแจ้งเบาะแสว่า มีคนต่างด้าวชาวเมียนมามีพฤติกรรมตั้งวงดื่มสุรา ไม่สนใจสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินในปัจจุบัน จึงเข้าทำการจับกุม แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดว่า “มั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคตามข้อกำหนด มาตรา 9 ข้อ 5 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ” นำส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

