พ่อน้องเฌอ อ่านจม. ‘อากง’ เขียนถึง ‘ทนายอานนท์’ จากเรือนจำ ชวนรำลึก 9 ปีพรุ่งนี้ หน้าศาลฎีกา

พ่อน้องเฌอ อ่านจม. ‘อากง’ เขียนถึง ‘ทนายอานนท์’ จากเรือนจำ ชวนรำลึก 9 ปีพรุ่งนี้ หน้าศาลฎีกา

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนหยุดขัง” เป็นวันที่ 45 ที่หน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังจากการทำกิจกรรมเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งระบุว่าจะจัดขึ้นทุกวันจนกว่าเพื่อนจะได้รับอิสรภาพ โดยเป็นวันแรกของการย้ายกลับมาทำกิจกรรมหน้าศาลฎีกา หลังการสัญจรไปยังสกายวอล์ก อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 3 วัน และสะพานลอยหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก 2 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ผู้ทำกิจกรรมหลายรายแขวนป้ายภาพถ่ายนายสิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ หรือขนุน นิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ ในช่วงเย็นวานนี้ นอกจากนี้ นายบารมี ชัยรัตน์ จากสมัชชาคนจน และ ‘ทาทา’ นักกิจกรรมผู้มีความหลากหลายทางเพศ ยังคงร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าว โดยมีประชาชนเข้าร่วมภายใต้มาตรการสกัดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ซึ่งนางสาวณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน พยาบาลอาสาและทีมงานตั้งโต๊ะปฐมพยาบาลอยู่บริเวณใกล้เคียง

ต่อมา เมื่อเวลา 18.42 น. ครบ 1 ขั่วโมง 12 นาที นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ พ่อน้องเฌอ ผู้ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 2553 กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงเล่าถึงความคืบหน้าในสถานการณ์วันนี้ ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวนางสาววรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้ พะเยา โดยกล่าวแสดงความยินดี นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงข่าวการส่งตัวนายอานนท์ นำภา เข้ารักษาตัวที่ รพ.ธรรมศาสตร์ หลังพบว่าติดเชื้อโควิด-19

จากนั้น นายพันธ์ศักดิ์ อ่านจดหมายของนายอำพล ตั้งนพกุล หรือ ‘อากง’ ซึ่งเขียนถึงนายอานนท์ นำภา ในช่วง 1 เดือนก่อนเสียชีวิตในเรือนจำ โดยในขณะนั้น นายอานนท์ เป็นทนายความในคดีมาตรา 112 ให้อากง ร่วมกับนางสาวพูนสุข พูขสุขเจริญ หรือ ทนายเม ก่อนเสียชีวิตในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 หรือพรุ่งนี้ เมื่อ 9 ปีก่อน

เนื้อหาส่วนหนึ่ง ความว่า

“สวัสดีครับคุณอานนท์ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยที่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหาเลย เหตุเพราะว่าผมเขียนไม่ค่อยเก่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก สายตาก็ไม่ดีเลย เลยไม่ค่อยอยากเขียน กับหลานๆ ผมก็ไม่เคยเขียนไป ทั้งๆ ที่คิดถึงพวกเขามาก ผมเองสบายดีครับ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่รู้ข่าวว่าคุณอานนท์จะทำเรื่องขออภัยโทษรายบุคคลให้พร้อมๆ กับเพื่อนครอบครัว 112 ทั้ง 11 คน ผมดีใจและมีความหวังมากๆ ที่จะได้รับอิสรภาพในเร็วๆ นี้พร้อมๆ กับเพื่อนๆ ที่ร่วมอดทนต่อสู้กันมา และผมเชื่อว่าทางออกทางนี้ดีที่สุด เพราะคดีอย่างผมยังไงก็ไม่มีทางที่จะนิรโทษกรรมกับเขา

“ที่ผ่านมาผมยอมรับว่าเหนื่อยมากๆ เหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่ เหนื่อยที่จะต่อสู้เพื่อค้นหาความยุติธรรมให้กับตัวเองและคนในครอบครัว ผมหมดกำลังใจหลายครั้ง คิดถึงแต่ลูกเมียและหลานๆ ก็มีแต่คุณหนุ่มที่จะคอยชาร์จแบตให้ คุณหนุ่มจะบ่นว่าเสมอ ผมเป็นพวกแบตเสื่อมชาร์จได้ไม่กี่นาทีก็ต้องกลับมาชาร์จอยู่เรื่อยๆ คิดแล้วก็เห็นใจหนุ่มเขานะ แต่ผมก็ท้อจริงๆ ในแต่ ละวันผมจะเฝ้ารออุ๊มาเยี่ยม บางวันพา หลานๆ มา ทำให้ผมมีกำลังใจยิ้มได้บ้าง นี่แหละคือความสุขของผม

“คุณอานนท์ไม่ต้องห่วงผม ผมจะพยายามอดทนและมีกำลังใจสู้ต่อไป หวังแต่เพียงว่าคุณอานนท์และรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์จะช่วยกันผลักดันการขออภัยโทษของพวกเราในกรณีพิเศษเพื่อว่าผมจะได้กลับไปอยู่กับหลานๆ ลูกเมียเสียที ผมบอกตามตรงเลยนะครับว่าผมคิดถึงหลานๆ มากที่สุด ผมเขียนจดหมายถึงหลานทีไรผมก็น้ำตาไหลทุกทีเลย เลยไม่อยากเขียนไปหา คุณอานนท์ครับ ฝากกราบขอบคุณคนที่มาเยี่ยมให้กำลังใจผมและนักโทษ 112 ทุกคนด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผมจะได้รับข่าวดีในเร็ววันนี้ ขอขอบพระคุณมากครับ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันธ์ศักดิ์ ได้ประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเดินทางมาร่วมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ที่หน้าศาลฎีกา ซึ่งจะมีการสถาปนา ‘ลานอากง’ ขึ้นในบริเวณลานหน้าศาลฎีกา โดยกลุ่มพลเมืองโต้กลับ

จากนั้น ผู้ร่วมกิจกรรมตะโกน ‘ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์’ 3 ครั้ง พรัอมชู 3 นิ้วก่อนแยกย้าย โดยหลังจบกิจกรรม เพจ ‘กะเทยแม่ลูกอ่อน’ นำอาหารมาแจกจ่าย ในขณะที่กลุ่ม We Volunteer ได้นำอาหารมาแจกประชาชนที่เดือดร้อนในช่วงเย็นวันนี้เข่นกันในบริเวณใกล้ประติมากรรมพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยแวะเข้าพูดคุยกับผู้ทำกิจกรรมยืนหยุดขังเล็กน้อย ก่อนเดินทางกลับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แพทย์ผู้กุมชะตาเหยื่อโควิด
บทความถัดไปผู้ว่าพิจิตร สั่งห้ามข้าราชการ-บุคลากรหน่วยงานรัฐ เดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต