กลายเป็นภาคต่อซีรีส์เรื่องยาว “ตำนานฉาวลวงโลกของหญิงไก่” เมื่อเรื่องราวของหญิงสูงวัยชื่อ “กิมเอ็ง” ถูกเปิดโปงขึ้น
และเมื่อไล่วงศ์วานว่านเครือ “หญิงไก่” กับ “กิมเอ็ง” หาใช่คนอื่นคนไกล หากแต่เป็นพี่น้องต่างมารดาที่ไม่ลงรอยกัน แต่กลับเดินตามรอยนักต้มตุ๋น คล้ายถอดแบบกันออกมา
“กิมเอ็ง” หรือ “แม่ตุ่ม” หลายคนเคยรู้จักหญิงคนนี้ ภายใต้หน้ากาก “สตรีไฮโซ”
ชื่อเดิมนางกิมเอ็ง แซ่เตียว หรือชื่อปัจจุบัน นางกมนทรรศน์ หรือ ดร.กมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หญิงวัย 62 ปี ที่มักแนะนำตัวเองว่ามีดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์ จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเชอร์วู้ด ประเทศสหรัฐอเมริกา วางตัวออกงานสังคม ด้วยท่วงท่าแลภูมิฐาน สวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา เข้ากับเครื่องประดับเลอค่า แต่ซ่อนไว้ด้วยความกลวงและลวงโลก
เรื่องฉาวของกิมเอ็ง ถูกตีแผ่เมื่อ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังตำรวจ บก.ป. บุกเข้าจับกุมเธอได้ที่บ้านพักใน ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2559 หลังศาลอาญาอนุมัติหมายจับเลขที่ จ.1563/2559 ให้จับกุมในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559
การสืบสวนแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเมื่อเดือนสิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 30 สิงหาคม 2555 กิมเอ็งแอบอ้างกับผู้บริหารบริษัท ฮุยเหลียง สกรีนพริ้นติ้ง จำกัด ผู้เสียหายว่า มีความใกล้ชิดสนิทสนม และปรุงอาหารถวายบุคคลในสถาบันเบื้องสูง สามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อยอมมอบเงินให้ถึง 17 ครั้ง รวม 2,979,300 บาท
และแล้วจากข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ กับร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ก็สาวโยงไปถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ เมื่อหลักฐานชัดเจนและมัดแน่นด้วยเงื่อนตาย
โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 “กิมเอ็ง” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เป็นวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ ในเชิงกล่าวอ้างว่า ตัวเองเคยตามเสด็จและใกล้ชิดกับบุคคลชั้นสูง เป็นผู้ปรุงอาหารถวายในสำนักพระราชวัง สร้างภาพทางสังคมหรือสาธารณะเพื่อให้ผู้พบเห็นเชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดกับคนชั้นสูง แสดงตนเป็นตัวแทน ประกอบพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเฉลิมพระเกียรติ และจัดงานวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่
ตลอดจนปรากฏภาพมีผู้แต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง นำแจกันดอกไม้ที่อ้างว่า พระราชทานมอบให้ “กิมเอ็ง”
ทุกฉากที่มี “กิมเอ็ง” เป็นนักแสดงตัวเอก มีการโน้มน้าวจนผู้พบเห็นหลงเชื่อ เมื่อเข้าล็อกตามแผนเธอจะเริ่มชักชวนให้ร่วมทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล โดยให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีของเธอ
และเพื่อให้ละครฉากนี้สมจริง จบบริบูรณ์ จึงมีการปลอมหนังสือทรงขอบคุณ ที่อ้างว่าออกโดยสำนักพระราชวัง
มอบให้กับเหยื่อด้วย
วีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติตอนนี้ จัดเป็นหลักฐานชั้นเยี่ยม ในการขยายผลหาความเชื่อมโยงถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีทั้งกระทำไปโดยบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากถูก “กิมเอ็ง” หลอกลวง
รวมถึงผู้สมรู้ร่วมคิดกับหญิงสูงวัยคนนี้
ทีมสืบสวน บก.ป.แกะรอยพบว่าวีดิทัศน์ม้วนนี้ผลิตโดย หจก.ภักดีชนก จำกัด มี พล.ต.ต่อคุณ ภักดีชนก เป็นเจ้าของ กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 30 สิงหาคม 2559 พล.ต.ต่อคุณ พร้อมนายอาน้อม พงศ์กาญจนานุกูร หัวหน้าช่างภาพส่วนพระองค์ เดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวน บก.ป. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเข้าให้การในฐานะพยานในคดี
“รู้จักกับนางกมนทรรศน์ (กิมเอ็ง) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะเดินทางไปลงนามถวายพระพร ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง หลังการลงนามนางกมนทรรศน์เข้ามาตีสนิทผ่านการแนะนำจากบุคคลคนหนึ่ง ที่ช่วยพูดสร้างความน่าเชื่อถือว่านางกมนทรรศน์รู้จักกับบุคคลชั้นสูง และติดต่อกันเรื่อยมา จากนั้นผมมีโครงการผลิตสารคดีเฉลิมพระเกียรติ นางกมนทรรศน์จึงขันอาสาสมัครร่วมแสดง และช่วยเหลือในขั้นตอนการผลิตส่วนอื่นๆ จนทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าร่วมขบวนการกับนางกมนทรรศน์” พล.ต.ต่อคุณชี้แจง
แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนการสืบจากบุคคลในภาพ “กิมเอ็ง” หมอบกราบ รับแจกันดอกไม้พระราชทาน ในสถานที่อันโอ่โถง หรูหรา ที่ถูกจัดฉากขึ้น นำไปสู่การอนุมัติหมายจับนายถาวร พวงประทุม อายุ 66 ปี และนายสมศักดิ์ สิริยาคม ฐานหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และร่วมกันฉ้อโกง โดยทั้งคู่เป็นอดีตพนักงานสำนักพระราชวังพิเศษ
และพบว่า นายถาวรเป็นบุคคลตามภาพ ที่ยืนหันหลังถือแจกันดอกไม้ สวมรอยเป็นผู้แทนอัญเชิญ มามอบให้สตรีชั้นสูงคนนี้ แล้วนายถาวร ก็ไม่รอดเงื้อมมือเจ้าหน้าที่ เขาถูกจับกุมในอีก 4 วันถัดมา หลังการจับกุมกิมเอ็ง
ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายรายอื่นๆ ทยอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า รู้จักกับนางกิมเอ็งขณะไปทำบุญที่สำนักสงฆ์โพธิสัตว์ บรรพตนิมิตร ตำบลและอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี และถูกชักชวนไปทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสต่างๆ
อีกกรณี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ผู้เสียหายอีกราย ให้ข้อมูลว่า “กิมเอ็ง” แอบอ้างจัดกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีการปลูกต้นไม้ 1,000 ต้น ที่สำนักสงฆ์ห้วยน้ำหนัก ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
“เชื่อว่าขบวนการนี้น่าจะยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย เนื่องจากการตรวจสอบยอดเงินที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับมานั้น ยังสูญหายไปนับ 10 ล้านบาท ยังไม่พบว่าหายไปอยู่กับใคร ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเงิน” พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก.หนึ่งในทีมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีระบุ
และเมื่อเจ้าหน้าที่ขุดคุ้ยประวัติ “กิมเอ็ง” จึงพบว่าเส้นทางชีวิตของหญิงสูงวัยคนนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาว ขึ้นโรงขึ้นศาล เข้าคุกออกตะราง มาแล้วหลายรอบ
ย้อนกลับไปราว 30 ปีก่อน กิมเอ็งถูกฟ้องเป็นจำเลยฐานประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่ามีสิทธิ หลังประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ที่เธอขอหยิบยืมมาจากพระราชปัญญาโกศล หรือเจ้าคุณอุดม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ประดับไปร่วมงานราตรีสโมสรสันนิบาตที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2530
ครั้งนั้น “หญิงไก่” น้องสาวคู่แค้น ขึ้นศาลเบิกความเป็นพยานเอก ซัดทอด “กิมเอ็ง” จนถูกศาลตัดสินจำคุก 6 เดือน
นอกจากนี้ “กิมเอ็ง” ยังเคยถูกดำเนินคดีฐานหลอกลวงผู้อื่นให้บริจาคเงิน โดยอ้างว่าสามารถขอพระราชทานเครื่องราชฯให้ได้ คดีนี้ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิพากษาจำคุกเธอนาน 6 ปี
และเมื่อการถูกจำกัดอิสรภาพ ไม่อาจกระตุ้นสำนึก ไม่เกิดผลลัพธ์ให้กลับตัวกลับใจ และหวนกลับเข้าสู่วังวนเก่าๆ แม้ว่าเวลาจะล่วงผ่านมานานเท่าไหร่ จากเด็กสาวถึงหญิงสูงวัย
บทลงโทษยังคงเดิม!!

