รวบหนุ่มแสบขโมยเก๋งกลางบริษัท ไม่ถึง 2 วันโดนรวบ เจ้าตัวอ้างก่อเหตุครั้งแรก สุดท้ายจนมุมพบประวัติคดีอื้อ

10.05.21 | 13:07 น.

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พร้อม พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง และฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมือง ร่วมแถลงการจับกุม นายชัยณรงค์ กระจ่างใจ อายุ 38 ปี พร้อมของกลางรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน 3กง 6948 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหาย ที่ถูกลักทรัพย์ไปจากบริษัท โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถวัดแห่งหนึ่ง ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนหลังถูกคนร้ายลักทรัพย์รถยนต์พร้อมเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดจากบริษัทระบบรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 คูหา เลขที่ 255 ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงมีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยง พร้อมกับตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในพื้นที่จนพบว่าผู้ต้องสงสัยคือนายชัยณรงค์ เป็นผู้ขับรถไปจอดไว้ที่ลานวัดแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด กระทั่งติดตามจับกุมได้

โดยนายชัยณรงค์ให้รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เพราะเคยอาศัยอยู่กับญาติที่อาคารพาณิชย์ดังกล่าวเพราะก่อนหน้านี้เปิดเป็นห้องเช่า ซึ่งวันเกิดเหตุบังเอิญเดินผ่านมาและเห็นประตูรั้วเปิดอยู่จึงเดินสำรวจโดยรอบ ก่อนจะเห็นกุญเเจรถแขวนอยู่จึงนำมาเปิดรถ จังหวะนั้นสังเกตเห็นกล้องวงจรปิดเกรงว่าจะจับภาพตัวเองไว้ได้จึงนำเซิร์ฟเวอร์ขึ้นรถขับออกมาทันที พร้อมอ้างว่าไม่มีเจตนาจะขโมย ตั้งใจแค่นำไปขับเล่นเท่านั้น โดยก่อเหตุเป็นครั้งแรก แต่เมื่อถามถึงคดีลักษณะเดียวกันเมื่อปี 2559 นายชัยณรงค์ก็ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุเช่นกัน และต้องโทษจำคุกมาแล้ว 4 ปี

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากตรวจกล้องวงจรปิดพบว่านายชัยณรงค์นำรถไปจอดไว้ที่ลานวัดแล้วขึ้นแท็กซี่ไปที่อื่น เชื่อว่าอยู่ระหว่างติดต่อซื้อขายรถ

Advertisement

ด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า บริษัทตัวเองมาเช่าที่อาคารพาณิชย์ได้ 1 ปี ซึ่งรถยนต์ที่ถูกขโมยไปเป็นรถที่ใช้ส่วนกลางของบริษัท จึงนำกุญเเจมาแขวนในจุดที่สามารถหยิบใช้ได้ง่าย ภายหลังมาพบว่ารถหายไปก็จะไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบริษัท แต่ตัวเซิร์ฟเวอร์กลับหายไป จึงไปขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงจนพบภาพขณะคนร้ายขับออกไปนำส่งให้ตำรวจติดตามตัว

ทั้งนี้ ตรวจสอบประวัตินายชัยณรงค์พบว่า เคยถูกจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนฯ (รถยนต์) พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด ปี 2556 ขณะที่ปี 2557 ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดปทุมธานี ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำจับกุมได้ขณะพยายามนำโทรศัพท์มือถือที่เพื่อนเอามาให้เข้าไปในเรือนจำ ซึ่งเพื่อนก็ถูกตามจับกุมไปด้วย ก่อนพ้นโทษปี 2559 กลับมาก่อเหตุและถูกจับกุมข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน (รถยนต์) พื้นที่ สน.ดอนเมือง และพ้นโทษออกมาประมาณปลายปี 2563 ก่อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้งจนถูกตามจับกุม เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี