แพทย์เชี่ยวชาญจับตาโควิดพันธุ์ไทย ห่วง 1 สัปดาห์เชื้ออินเดียเข้า ปท.

11.05.21 | 12:04 น.
แพทย์เชี่ยวชาญจับตาโควิดพันธุ์ไทย ห่วง 1 สัปดาห์เชื้ออินเดียเข้า ปท.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่โรงแรมสุโกศล ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทย ที่มีจำนวนมากขึ้น ว่าเราสังเกตดูตัวอย่างจากฝรั่งเศส บราซิล อินเดีย และสหรัฐอเมริกา การติดเชื้อของไวรัสจาก 1 คนไปอีก 1 คน ก็จะมีโอกาสกลายพันธุ์อยู่แล้ว ยิ่งติดเชื้อมากโอกาสก็จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ประเทศที่มีการติดเชื้อมากๆ ตัวเลขเป็นหลักหมื่นรายต่อวันมักจะเจอสายพันธ์ุแบบนั้น แต่สำหรับการกลายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ในประเทศไทย ถ้าหากจำนวนผู้ติดเชื้อยังอยู่ราวๆ นี้ก็จะยังไม่เกิดขึ้น

“เราได้คุยกันอยู่และไม่อยากให้เกิดขึ้น เราไม่อยากรู้จักสายพันธุ์ไทยแลนด์แวเรียนต์ (variant) หรือสายพันธุ์ไทย การกลายพันธุ์ไม่ได้ทำให้ไวรัสอ่อนกำลังลง เพราะการกลายพันธุ์แต่ละครั้งเพื่อให้ไวรัสมีชีวิตอยู่ต่อได้ ไม่มีการกลายพันธุ์ไหนที่ทำให้มันแย่ลง” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า ยิ่งมีการติดเชื้อมากเท่าไร โอกาสกลายพันธุ์ก็จะมากขึ้น โอกาสเสียชีวิตก็มากขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ปัจจัยก็เกิดจากการถูกจู่โจมด้วยไวรัสกลายพันธุ์ และประชาชนการ์ดตก ก็จะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ทั้งนี้ การกลายพันธุ์เกิดขึ้นได้ตามหลักธรรมชาติ ซึ่งโควิด-19 เองก็เช่นกัน คือ 1.แพร่เชื้อได้เร็ว 2.มีความแข็งแรงมากขึ้น และ 3.ป้องกันตัวเองได้ดีมากขึ้น ทั้งนี้ ไวรัสจะแตกต่างจากสัตว์ทั่วไป คือเมื่อกลายพันธุ์แล้วจะดุขึ้น แต่จบเร็ว เพราะอยู่ในอากาศไม่ได้ แบ่งตัวเองไม่ได้จึงต้องอาศัยการเข้าถึงตัวคน และเมื่อเข้าสู่ร่างกายคนแล้วก็ทำให้เสียชีวิตได้มากขึ้น ไวรัสเองก็จะตายเช่นกัน

“ดังนั้น การกลายพันธุ์ส่วนใหญ่คือทำให้แพร่เร็ว จากเดิมที่สัดส่วนการพบผู้ติดเชื้อ 100 คน จะมีอาการน้อย ร้อยละ 80 อาการหนัก ร้อยละ 15 และอาการหนักมากอีก ร้อยละ 5 ซึ่งตอนนี้ตัวเลขขยับเป็นสัดส่วน 70-30 ซึ่งทำให้ผู้ป่วยอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจก็จะมีมากขึ้น” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สายพันธุ์อังกฤษที่พบในประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นหรือไม่ ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า เดิมทีสายพันธุ์อังกฤษมีข้อมูลว่าแพร่เชื้อเร็วแต่ไม่รุนแรง แต่ล่าสุดเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้วมีรายงานทางวิชาการหนึ่งออกมาวิเคราะห์ประเทศที่มีสายพันธุ์อังกฤษและมีอัตราการเสียชีวิตมาก ว่าการกลายพันธุ์อาจเป็นหนึ่งปัจจัย แต่การพบจำนวนผู้ป่วยอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น เดิมอัตราป่วยหนัก 200 ราย ใน 1,000 ราย แต่ตอนนี้ก็เพิ่มเป็น 300 ราย ใน 1,000 ราย แสดงว่ามีปัจจัยอื่นแบบไม่ใช่ตรงไปตรงมา

Advertisement

ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีที่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนพ่อค้าพลอยที่ จ.จันทบุรี นั้น ขณะนี้มีการตรวจสอบและยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าไม่ใช่สายพันธุ์อินเดียอย่างที่เรากังวลกัน คลัสเตอร์นี้ไม่น่าห่วงเท่าไร เนื่องจากเรามีข้อมูลมีชื่อมีแหล่งที่อยู่อย่างชัดเจนแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องมีมาตรการในการจัดการที่รวดเร็ว

“และสิ่งที่เรากังวลและมีการพูดคุยกันอยู่ตลอดคือ การเข้ามาของสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ตามแนวชายแดน เพราะเห็นว่า ช่วงเวลาเพียง 4 เดือน เรามีรายงานคนลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมายมากถึง 15,000 คน ตรงนี้จำเป็นจะต้องเป็นความเข้มงวดอย่างยิ่ง ตามแนวชายแดนไทยที่ติดกับประเทศเมียนมา และประเทศมาเลเซีย รวมถึงชายแดนกัมพูชาด้วย ส่วนฝั่งประเทศ สสป.ลาว ไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไรนัก” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว และว่า เส้นทางที่เชื้อไวรัสจากอินเดียจะสามารถเข้ามาในไทยได้นั้นจะผ่านปากีสถาน ผ่านเมียนมา และใช้เวลาเพียงไม่นาน หรือประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถเดินทางมาถึงประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นตามแนวชายแดนจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น