เมื่อวันที่ 3 ก.ย. เวลาประมาณ 06.00 น.ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร ซึ่งมีกำหนดการการรื้อถอนบ้านจำนวน 13 หลังโดยกรุงเทพมหานคร ตามกำหนดการในวันนี้เวลา 09.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านเตรียมพร้อมตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยออกมารวมตัวกันบริเวณลานชุมชน และประตูป้อมมหากาฬ บริเวณตรอกพระยาเพชรปาณี มีการพูดคุยทำความเข้าใจต่าง ๆ โดยมีการแจกเข็มกลัดผ้าสีขาว สำหรับคนในชุมชน และสีเขียวสำหรับบุคคลภายนอก ซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายชุมชน และผู้เดินทางมาให้กำลังใจ นอกจากนี้ ยังมีการติดเข็มกลัดมีข้อความว่า คัดค้านการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ เมืองประวัติศาสตร์ต้องมีชุมชน วันไล่รื้อครั้งประวัติศาสตร์ เสาร์ที่ 3 กันยายน 2559
นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ เช่น การอำนวยความสะดวกในการบริการห้องน้ำแก่สื่อมวลชน และผู้เดินทางเข้ามาในชุมชน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นชาวบ้านจากเครือข่ายชุมชนทั้งในกรุงเทพมหานคร และที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อาทิ ชุมชนบ้านองครักษ์มั่นคง อ.องครักษ์ จ.นครนายก ซึ่งมาถึงตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วง 06.00 น.เป็นต้นมา มีผู้ทยอยเดินทางมายังชุมชน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป รวมถึงนักวิชาการ อาทิ นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง เป็นต้น
ทั้งนี้บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความสงบ ซึ่งทางชุมชนมีการพูดคุยและย้ำว่าจะไม่มีการต่อต้านโดยใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด
ต่อมาเมื่อเวลาราว 07.00 น. เครือข่ายชุมชนต่างๆจำนวนหลายสิบรายซึ่งมีสัญลักษณ์เข็มกลัดผ้าสีเขียว มีการจัดแถวและนั่งถือป้ายคัดค้านการไล่รื้อใน 2 จุด ได้แก่ ภายในชุมชนป้อมมหากาฬ บริเวณประตูตรอกพระยาเพชรปาณี และบริเวณด้านข้างชุมชนติดคลองหลอดวัดราชนัดดาราม ใกล้ร้านน้ำอบนางลอย ข้อความในป้ายเขียนด้วยลายมือโดยใช้ปากกาเมจิก เนื้อหาว่า “นี่คือชานกำแพงพระนครประวัติศาสตร์ มันเป็นเรื่องของท้องถิ่น” “สวนของพวกคุณมันเกิดขึ้นมาแล้ว 11 ปี ช่วยตอบหน่อย มีนักท่องเที่ยวกี่คน เอื้อประโยชน์ในความเป็นสาธารณะจริงหรือ” “คิดเอง เออเอง เที่ยวว่าคนโน้นผิด คนนี้ผิด จริงๆความผิดมันอยู่ที่คุณ”
ทั้งนี้ มีการปิดประตูทางเข้าชุมชน ไม่อนุญาตให้คนนอกรวมถึงสื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์ภายใน
ต่อมาเมื่อเวลา 07.45 น.เจ้าหน้าที่เทศกิจราว 20 นายเดินทางมาถึงชุมชนป้อมมหากาฬ โดยรวมตัวกันบริเวณคลองหลอดวัดเทพธิดารามฝั่งตรงข้ามชุมชน จากนั้นเวลา 08.00 น.เคลื่อนย้ายไปยังประตูป้อมมหากาฬบริเวณที่เป็นสวนสาธารณะตรงข้ามลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ในขณะที่ชุมชนมีการใช้เครื่องขยายเสียงประกาศว่าจะปกป้องผืนแผ่นดินแห่งนี้ไว้ต่อไป
08.15 น.เจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ประมาณ 30 คน เดินทางมาถึง โดยในเวลา 08.20 น. เครือข่ายชุมชนเริ่มจุดเทียน และในขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่ม “มุงดูการรื้อครั้งประวัติศาสตร์” ซึ่งนัดหมายรวมตัวกันบริเวณย่านเทเวศร์ เพื่อเดินเท้ามายังชุมชนป้อมมหากาฬ โดย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกทม. เดินทางมาถึงบริเวณป้อมมหากาฬ โดยนั่งสังเกตการณ์ในเต๊นท์อำนวยการที่ลานมหาเจษฎาบดินทร์โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจรวมตัวตั้งแถวอยู่ด้วย ทั้งนี้ ตัวแทนชุมชนประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า ขอให้ทุกคนอหิงสา เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางเข้ามาในชุมชน ขอให้นั่งคล้องแขน ไม่ก่อกวนใดๆ และอโหสิกรรมทั้งหมด
ขณะที่เมื่อเวลา 09:17 ด้านเทศกิจและเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา เคลื่อนตัวมาใกล้ชุมชน บริเวณสวนสาธารณะข้างชุมชน ชาวบ้านและเครือข่ายชุมชนโห่ร้องประสานเสียง พร้อมร้องเพลงสร้างความสามัคคี ก่อนเครือข่ายชุมชนเขยิบชิดประตูชุมชนเพื่อปิดทางเข้าทุกจุดโดยคล้องแขนกันแน่น ห้ามคนเข้าออก
09:39 เจ้าหน้าที่เริ่มรื้อถอนรั้วสังกะสีแล้วเข้าสู่ชุมชน รื้อป้ายจำหน่ายดอกไม้ไฟ กรงสัตว์ และรั้วด้านหลังชุมชน โดยกทม.ได้มีการใช้เครื่องขยายเสียงขอให้ชาวบ้านเข้าใจว่า จะรื้อเฉพาะบ้านที่ยินยอมเท่านั้น ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างชุลมุน มีเสียงโห่ร้อง ชาวบ้านบางรายตะโกนว่า “เราจะอยู่ที่นี่ เราจะไม่ไปไหน” โดยก่อนหน้านี้ บริเวณประตูฝั่งตรงข้ามวัดเทพธิดาราม นายอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ จากสนง.ปฏิรูปกฎหมาย พยายามเจรจากับจนท. และในเวลา 09.45 น. ชาวบ้านยืนเป็นแนวรั้วแล้วคล้องแขนนั่งโอบล้อมรั้วด้านข้างและด้านหลังแม้บางส่วนจะถูกรื้อไปแล้วก็ตาม ผู้สูงอายุบางส่วนเกิดอาการหน้ามืด ต้องใช้อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ในเวลาเดียวกัน เริ่มมีการตั้งทีมเจรา ฝั่งป้อมมหากาฬได้แก่ นายธวัชชัย ประธานชุมชน นายวิมล แดงสอาด ชาวชุมชน นางสุพรรณี เทียมสีหา สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ
นายอภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ สนง.คปก. นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ทีมมหากาฬโมเดล
นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง นางสุนี ไชยรส อดีตกสม.
และนางสาวอินทิรา วิทยสมบูรณ์นักกิจกรรมทางสังคม
เวลา 10.05 น.มีการตั้งวงเจรจาบริเวณลานชุมชน พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ให้คำมั่นกับนายธวัชชัย ประธานชุมชนว่า จะไม่มีการรื้อบ้านโบราณ เช่น บ้านเลขที่ 99 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณลานชุมชน
รวมถึงนายศักดิ์ชัย บุญมา ผอ. กองกรรมสิทธิ์ที่ดิน สำนักการโยธาฯ ระหว่างการเจรจา มีผู้พยายามให้เด็กเข้ามาในวง นายอัศวินยกมือห้ามแล้วกล่าวว่า “ไม่ต้อง รู้ว่าจะมาขอความเห็นใจ ไม่ต้อง”
อย่างไรก็ตาม นายอัศวินกล่าวว่า ตนจะไม่รื้อบ้านหลังที่ไม่ยินยอม โดยสีหน้าพลตำรวจเอกอัศวิน มีความเคร่งเครียดตลอดเวลา
นางภารนี กล่าวว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อหาทางออกร่วมกัน นายอัศวินกล่าวว่า ขอให้นัดมา ตนจะเลี้ยงข้าวเอง ส่วนบ้าน 13 หลังที่ยินยอมสมัครใจ อย่างไรตนก็ต้องรื้อ ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ
ในช่วงเวลาที่มีการเจรจาอยู่นั้น ชาวบ้านที่ตรึงกำลังอย่างสงยตามจุดต่างๆในชุมชน ยังคงไม่เคลื่อนย้าย และมีเสียงโห่ร้องเป็นระยะ
นายอภิชาต พงศ์สวัสดิ์ สนง.คปก.พยายามกล่าวถึงสิ่งที่นายอัศวินเคยพูดไว้เมื่อครั้งเข้าหารือกับชุมชนครั้งล่าสุด นายอัศวินกล่าวว่า อย่าพูดถึงอดีต ขอให้ดูปัจจุบัน
ระหว่างวันที่ 3-4 กย นี้จะรื้อ 12 จาก 13 หลัง ซึ่งทั้งหมดสมัครใจ แต่จะไม่รื้อบ้านเลขที่ 99 ซึ่งเป็นบ้านโบราณตั้งอยู่บริเวณลานชุมชน โดยเป็นบ้านของตระกูลอึ๊งภากรณ์ นายป๋วย อึ๊งภากรณ์เคยพักอาศัยเป็นเวลา 2 ปี และยืนยันว่าระหว่างนี้ จะไม่รื้อบ้านที่ไม่ยินยอมอย่างแน่นอน และได้สิ้นสุดการเจรจา
ขณะที่ เมื่อเวลา 11.00 น นายธวัชชัย ประธานชุมชนแถลงผลเจรจาว่าต่อจากนี้ไปจะมีการตั้งคณะกรรมการพหุภาคี โดยกทม.รับปากว่าจะไม่มีการไล่รื้อบ้านที่ไม่สมัครใจและได้ข้อตกลงร่วมกัน อีกทั้งไม่รื้อบ้านโบราณ ตนจึงรู้สึกพอใจในการเจรจาครั้งนี้ ด้านนางอังคณา นีละไพจิตรกล่าวว่า ชื่นชมชุมชนที่เป็นปึกแผ่น และขอขอบคุณกทม.ที่ให้โอกาส กสม. ในการเป็นตัวกลางการเจรจา และขอบคุณที่จะให้บ้านเลขที่ 99 ได้รับการดูแลโดยชุมชน แต่ไม่ให้อยู่อาศัย ส่วนกรณีบ้านหลังอื่นถ้าผู้พักอาศัยไม่ยินยอมจะไม่รื้อถอนโดยเด็ดขาด การทำงานต่อไป จะต้องมีการหารือกัน หลัง 5 กย. พล.ต.อ.อัศวินจะสะดวกให้เข้าหารือต่อไป สำหรับสิทธิเด็กในการศึกษาในโรงเรียนในพื้นที่ กทม. รับว่าจะหาทางออกร่วมกันทุกฝ่าย ยืนยันว่าครั้งนี้ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ แต่เป็นการร่วมกันรักษาอนุรักษ์ชุมชนไว้ นางสุนี ไชยรส อดีต กสม. กล่าวว่า รายงานการเจรจากี่ครั้งที่ผ่านมาไม่สามารถหาข้อยุติได้ แต่ในวันนี้เครือข่ายชุมชนอื่นๆที่มาร่วมกันเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการเจรจาต่อไปในอนาคต
ด้านนางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมืองกล่าวว่า อนาคตหลังจากนี้ของชุมชนเราเป็นผู้กำหนดเอง เพราะกรรมการพหุภาคี ชุมชนกำหนดเอง ไม่ใช่กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแถลงสรุปผลเสร็จสิ้น มีการร้องเพลงร่วมกัน ทั้งนี้ ได้มีผู้ร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก แม้บางส่วนไม่สามารถเข้ามาในชุมชนได้ ก็พยายามปีนสังเกตการณ์จากด้านนอก







