กรมอุทยานฯ ร้องป.ป.ช. สอบ รองผู้ว่า นายอำเภอ ส.ป.ก.จังหวัด กับพวกรวม 56 คน มีมติ และ ออก ส.ป.ก.4-01ในป่าธรรมชาติทับอุทยานแห่งชาติไทรโยค
วันนี้ 14 พฤษภาคม นายหิรัญเศรษฐ์ เหยี่ยวประยูร ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) น.ส.สุนันทา จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี นายธนเกียรติ วัฒนศิลป์ นักสืบสวนทุจริต ชำนาญการ ป.ป.ช. ภาค 7 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ลงพื้นที่บ้านพุองกะ ม.4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ในคดีตรวจยึดไม้ป่าหวงห้าม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 อายุร่วม 40 ปี จำนวน 400 ท่อน ในแปลง ส.ป.ก.4-01 ข. ของนายกฤชชาติ ศิวิลัย เนื้อที่ 45 ไร่ 2 งาน 17 ตาราวา ที่ออกในวันที่ 3 มกราคม 2561 และทับซ้อน กับ เขตอุทยานไทรโยค จำนวน 5 ไร่ 2 งาน 62 ตารางวา ซึ่งในเรื่องนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นายจตุพร บรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าว และถ้าหากพบการกระทำผิด ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายนิพนธ์ กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบถึงที่มาการออก ส.ป.ก.ดังกล่าว โดยตรวจดูจากเอกสารบันทึกการนำทำการรังวัดที่ดิน ลว.14 มิถุนายน 2559 ตรวจดูเอกสารข้อมูลตามคำขอเข้าทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดิน ลว.20 มิถุนายน 2559 ที่ นายกฤชชาติ ได้มาแจ้งข้อมูลว่า ตนเองเป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก และได้มีการทำไร่มันสำปะหลัง เต็มแปลง โดยมี นายณัฎฐสิทธิ์ รุ่งเรืองเลิศ ช่างสำรวจ เป็นผู้รังวัดปักหลักเขตที่ดินในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว นายนภนต์ อิ่มเอิบ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เป็นผู้สอบสวนสิทธิคุณสมบัติความเป็นเกษตรกรของ นายกฤชชาติ น.ส.มันทนา ศรอารา ผู้ใหญ่บ้านม. 4 ต.ท่าเสา เป็นผู้รับรองการรังวัดปักหลักเขตที่ดินในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว แต่เมื่อมาตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง ปี พ.ศ. 2559 ในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว อ่าน แปล ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ พบว่า มีสภาพเป็นป่าผลัดใบเกือบทั้งหมด มีการทำพืชไร่เพียงเล็กน้อย เท่านั้น

นายนิพนธ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนของคณะเจ้าหน้าที่ พบว่า นายกฤชชาติ มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่เขตบางซื่อ กทม.ได้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขต อ.ไทรโยคในเดือน เมษายน 2559 เพียงประมาณ 3 เดือน ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2559 ก็ได้ย้ายกลับมาอยู่เขตบางซื่อ กทม.อีกครั้ง ที่ผ่านมา นายกฤชชาติ ทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบน้ำเสีย ปัจจุปัน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 1532/39 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจดูรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการปฎิรูปที่ดินอำเภอไทรโยค ที่ได้มีประชุมครั้งที่ 2/2560 ในวันที่ 7 กันยายน 2560 โดยมีนายเดโช ประกาศแก่นทราย นายอำเภอไทรโยคเป็นประธาน นายธเนตร พารา นิติกรชำนาญการพิเศษส.ป.ก.กาญจนบุรี เป็นเลขานุการ พร้อมด้วยอนุคณะกรรมการอีก 23 คน ได้มีมติอนุคณะกรรมการเห็นชอบ ให้นายกฤชชาติฯ เข้าทำประโยชน์ในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว และตรวจสอบรายงานการประชุม คณะกรรมการปฎิรูปที่ดิน จ.กาญจนบุรี ที่ได้มีการประชุมครั้งที่ 3/2560 ในวันที่ 25 กันยายน 2560 โดยมีนายณรงค์ รักร้อย รอง ผวจ.กาญจนบุรี เป็นประธาน นายธเนตร พารา นิติกรชำนาญการพิเศษ เป็นเลขานุการ พร้อมคณะกรรมการอีก28 คนได้มีมติคณะกรรมการอนุมัติให้นายกฤชชาติฯ เข้าทำประโยชน์ในแปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว แต่เมื่อมาตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังในปี พ.ศ. 2560 อ่าน แปล ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญแผนที่ พบว่าบริเวณแปลง.ส.ป.ก. ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีการทำประโยชน์ในพื้นที่แต่อย่างใด

เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลังปี พ.ศ.2561 ในแปลง ส.ป.ก. ดังกล่าว ในช่วงที่นายสมศักดิ์ แป้นถนอม ปฎิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี ออกหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ในเขตปฎิรูปที่ดินส.ป.ก.4-01ข เลขที่ 4878 วันที่ 3 ม.ค.2561 ให้กับนายกฤชชาติฯตามมติของคณะกรรมการปฎิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 3/2560 อ่าน แปล ตีความ โดยผู้เชี่ยวชาญแผนที่ พบว่า มีสภาพป่าธรรมชาติเต็มแปลง ไม่มีการทำประโยชน์ในพื้นที่แต่อย่างใด
คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่า การรังวัดปักแนวเขต การสอบสวนสิทธิ การรับรองของผู้ปกครองท้องที่ มติของอนุคณะกรรมการฯมติของคณะกรรมการฯรวมถึงการออกหนังสือส.ป.ก. 4-01ข.ดังกล่าว ขัดกับหนังสือ ด่วนที่สุด กษ1205/323 ลว.11 ม.ค. 2536 ข้อ3ในทางปฎิบัติ หากมีสภาพป่าหลงเหลือ ส.ป.ก.ก็จะไม่จัดที่ดินให้กับราษฎร ขัดกับมติครม.30 มี.ค.2536 ที่มีมติว่าบริเวณป่าสงวนฯใดมีสภาพป่าสมบูรณ์ก็ควรจะได้ดำเนินการกันพื้นที่ออกจากเขตปฎิรูปที่ดิน และให้รวมถึงพื้นที่อื่นด้วยเช่น กระทรวงกลาโหม กรมธนารักษ์ ฯลฯ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ขัดกับมติครม. 1 มี.ค.2537 ที่มีมติว่าในการสำรวจรังวัดออก ส.ป.ก.4-01 ในพื้นที่ป่าสงวนฯให้ดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ที่มีราษฎรถือครองทำกินแล้วเท่านั้น และให้รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย เช่นกระทรวงกลาโหม กรมธนารักษ์ฯลฯ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นอกจากนี้แปลง ส.ป.ก.ดังกล่าว ยังล้ำเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค เป็นการขัดกับมติครม.30 มิ.ย.2541 ข้อ2.1ที่ไม่ให้ดำเนินการปฎิรูปที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์

คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่า ในเรื่องการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบนั้น ศาลฎีกาได้เคยมีคำพิพากษาที่ 12909/2557 ตัดสินเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า จำเลย ลงลายมือชื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก)ให้แก่นายด้าเอ็ม ซึ่งเป็นการกระทำที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของจำเลย โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องว่า นายด้าเอ็ม ยื่นขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ถูกต้องตรงต่อความเป็นจริงหรือไม่ และทำให้นายด้าเอ็ม ได้ไปซึ่งหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.)โดยไม่มีสิทธิได้รับ ถือได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่น การกระทำของจำเลย จึงเป็นความผิดฐาน เจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายนิพนธ์ กล่าวว่า นายสมเจตน์ จึงได้มอบบันทึกร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว ให้กับนายหิรัญเศรษฐ์ฯเพื่อให้ดำเนินตามพรบ.ประกอบรัฐธรรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2561 กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
นายสมเจตน์ เปิดเผยต่อไปว่ายังมีแปลง ส.ป.ก. ออกทับซ้อนอยู่กับอุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ยังมีสภาพป่าสมบูรณ์ จำนวนถึง 2,896ไร่ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติไทรโยคจะรวบรวม ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

