เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายวรวุฒิ ทวาทศิน อธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้ลงนามออกประกาศศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยเนื้อหาประกาศสรุปว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด กระทบต่อการเดินทางมาศาลของคู่ความและการเลื่อนคดีอาจทำให้คู่ความได้รับความเสียหาย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงเห็นสมควรนำวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการนั่งพิจารณาคดีบางประเภท เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คู่ความและผู้มาติดต่อราชการศาล
จึงอาศัยอำนาจตามข้อ 28 ของข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ประกอบประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ฉบับที่ 2-4 จึงออกประกาศมีสาระสำคัญ ดังนี้ ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่การนั่งพิจารณาคดีที่คู่ความหรือพยานมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศหรือการพิจารณาโดยไม่เปิดเผย โดยคู่ความอาจตกลงกันดำเนินกระบวนพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างจากประกาศนี้ ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการตามข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2540
โดยประเภทคดีที่ศาลเห็นสมควรหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 7 วรรคหนึ่งคือคดีดังต่อไปนี้
1.คดีที่มีคำร้องขอตั้งต้นคดี เช่น คำร้องขอให้ศาลตั้งอนุญาโตตุลาการและคำร้องขอให้บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น
2.คดีมโนสาเร่และคดีไม่มีข้อยุ่งยาก
3.คำร้องในคดีแพ่งเช่นคำร้องขอสวมสิทธิคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ คำร้องขอรับชำระหนี้จำนอง เป็นต้น
โดยกำหนดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ แอพพลิเคชั่น 1.Google Meet 2.Cisco Webex
โดยคดีตามประกาศนี้ เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายร้องขอศาลอาจกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
ในคดีแพ่งประเภทอื่น เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอไม่ว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดหรือไม่ก็ตาม หากศาลเห็นสมควรศาลอาจกำหนดให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศนี้สำหรับคู่ความที่ร้องขอได้
การพิจารณาของศาลคำนึงถึงความจำเป็นที่คู่ความไม่อาจมาดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลความสะดวกและประหยัดตลอดจนความพร้อมของคู่ความที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีด้วย
การร้องขอให้มีการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศนี้คู่ความอาจร้องขอในเวลาที่ยื่นคำร้องคำคู่ความหรือในระหว่างการพิจารณาโดยต้องระบุระบบอิเล็กทรอนิกส์อุปกรณ์สื่อสารและสถานที่ที่คู่ความหรือพยานจะใช้ระบบมาด้วย
โดยการนั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศนี้ในคดีตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ที่ไม่มีผู้คัดค้านหรือจำเลยทุกคนขาดนัดและคู่ความอีกฝ่ายไม่ประสงค์จะถามค้าน หรือสืบพยานให้ดำเนินการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสื่อสารภาพและเสียงได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่องเช่นแอพพลิเคชั่น Google Meet, Cisco Webex, Microsoft Teams, Zoom และ Line เป็นต้น
การนั่งพิจารณาให้ดำเนินการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสื่อสารภาพและเสียงได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ให้ถือว่าบุคคลที่ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มาดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาล
เมื่อถึงวันและเวลานัดพิจารณาหากคู่ความไม่เข้าร่วมการพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศนี้หรือไม่มาดำเนินกระบวนพิจารณาในห้องพิจารณาโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและศาลไม่มีคำสั่งให้เลื่อนคดีให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นไม่มาศาล
สำหรับสถานที่ที่คู่ความหรือพยานใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์นอกศาลจะต้องเป็นสถานที่ที่เหมาะสมไม่มีเสียงรบกวนไม่ใช่สถานที่สาธารณะและเป็นพื้นที่ปิดไม่มีบุคคลอื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลเข้าออกในบริเวณดังกล่าว
และการถ่ายทอดภาพและเสียงของคู่ความหรือพยานจากสถานที่ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังห้องพิจารณาต้องมีสัญญาณถ่ายทอดภาพและเสียงได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่นั่งพิจารณา ในการแสดงตนของคู่ความหรือพยานในการไต่สวนหรือการพิจารณาโดยวิธีการประชุมทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศนี้ ก่อนเริ่มการดำเนินกระบวนพิจารณาทุกครั้งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบุคคลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าตรงกับคู่ความหรือพยานในคดีหรือไม่ โดยให้บุคคลดังกล่าวแสดงบัตรประจำตัวประชาชนให้ปรากฏทางจอภาพของระบบ และให้เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกภาพใบหน้าบุคคลนั้นพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนที่ปรากฏข้อมูลบนบัตรประจำตัวประชาชนอย่างชัดเจนเสนอศาล และเป็นหลักฐานรวมไว้ในสำนวน
โดยการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องหรือผู้ร้องยื่นคำร้องให้เจ้าหน้าที่สอบถามผู้ยื่นฟ้องหรือคำร้องว่าโจทก์หรือผู้ร้องประสงค์ที่จะพิจารณาคดีโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ โดยให้ทำแบบแจ้งขอพิจารณาคดีโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณา
ในกรณีที่ศาลเห็นสมควรให้นั่งพิจารณาโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้สร้างห้องประชุมอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้นั่งพิจารณาตามคำสั่งศาลและเชิญคู่ความเข้าร่วมห้องประชุมอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือทางแอพพลิเคชั่น Line ก่อนถึงวันนัดพิจารณาไม่น้อยกว่า 3 วันให้เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการเชิญคู่ความเข้าร่วมห้องประชุมอิเล็กทรอนิกส์รวมไว้ในสำนวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประกาศดังกล่าว มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.64 เป็นต้นไป ในส่วนของผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบจะอยู่ในห้องพิจารณาที่ศาล ส่วนคู่ความจะอยู่สถานที่ภายนอกซึ่งต้องเป็นสถานที่ที่เหมาะสมตามรายละเอียดในประกาศฯ โดยการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีทางออนไลน์นี้มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยให้แก่ผู้พิพากษา คู่ความ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการพิจารณาคดีในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ และทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีบางส่วนสามารถดำเนินการไปได้ในช่วงสถานการณ์นี้
โดยสามารถอ่านรายละเอียดประกาศฉบับเต็ม และแบบฟอร์มการยื่นคำขอได้ตามลิงก์ข้างล่างดังต่อไปนี้
https://ipitc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/22/iid/245166

