ช่าง ‘สุเทพ’ เชียร์บิ๊กตู่ – ‘ทนายนกเขา’ ซัด รบ.ชุดนี้ อาศัยแตกแยก 3 เรื่อง – ชวนมองบ้านเมือง ด้วยสายตาเป็นกลาง ร่วมสร้าง ‘รัฐบาลในฝัน’
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่อาคารพญาไทพลาซ่า โถงอาคารชั้น 1 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา, นายปรีดา เตียสุวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) และนายพิชิต ไชยมงคล อดีต โฆษกเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมอ่านแถลงการณ์เรื่อง “ขอให้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียสละลาออก”
โดยให้เหตุผลว่า ในห้วงระยะ 7 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พิสูจน์ชัดถึงการยึดอำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปในทุกด้านของประชาชน ต้องทนเห็นการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของรัฐบาล รวมถึงการตระบัดสัตย์ในคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน ด้วยนั้น
อ่าน : “นกเขา” จี้รบ.ลาออก ชี้ 7ปีวิกฤตเพิ่ม แนะช่องม.272 เลือก “นายกคนนอก” มาสร้างชาติ
นายนิติธร หรือ ทนายนกเขา กล่าวว่า วันนี้มาแถลงข่าว และเรียกร้องการเสียสละของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากตนได้ประเมินการทำงานของท่านมาตลอดระยะเวลา 7 ปี โดยใช้ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน 2560 ในการประเมิน เพราะท่านต้องบริหารไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทั้งหมด ซึ่งรัฐธรรมนูญบ้านเรา ปกติที่ผ่านมาจะมี 2 ส่วนหลัก
ส่วนแรก เป็นคำปรารภ กล่าวถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับที่จะบังคับใช้นี้ ส่วนที่ 2 เริ่มที่ สถานะของประเทศ ซึ่งของไทย เป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียว แบ่งแยกไม่ได้, พูดถึงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จากนั้น พูกถึงการแบ่งแยกอำนาจ แบ่งเป็น นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ 3 ส่วน จากนั้นกล่าวถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชาน หน้าที่ของรัฐต่อประเทศ หน้าที่ของประชาชนต่อประเทศ
“แต่ที่แปลก คือรัฐธรรมนูญ 2560 มีบทเฉพาะกาลกล่าวถึงการทำหน้าที่ของ ส.ว.ที่ไปขัดสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง ไมว่าจะมาจากการเลือกตั้ง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่ แต่จะต้องมาจาก 250 ส.ว.เท่านั้น ตัดขาดจากเสียงประชาชนทั้งหมด ฉะนั้น โดยสภาพรัฐธรรมนูญ จึงเป็นโมฆะ ไม่สามารถบังคับใช้มาตั้งแต่ต้น แต่เมื่อผ่านการยอมรับ ก็มาดูอารัมภบทของรัฐธรรมนูญ ซึ่งคือตัวบ่งชี้เจตนารมณ์ ว่าประเทศมีปัญหาอะไร จึงมีรัฐธรรมนูญ 2560 ออกมา” นายนิติธรกล่าว
นายนิติธรกล่าวต่อว่า อีกอย่าง คือ 1.เกิดจากผู้ไม่นำพา ไม่ยำเกรงผู้ปกครองบ้านเมือง 2.ทุจริตฉ้อฉล บิดเบือนอำนาจ 3.ไม่ตระหนักรับผิดชอบชาติ ประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล การประเมินรัฐบาลจึงต้องเอาหลักนี้ประเมินรัฐบาล ไม่ว่าจะออกมากี่โครงการก็แล้วแต่ ความสงบสุขเรียบร้อยของสังคม บ้านเมืองมีคอร์รัปชั่นหรือไม่ 3 ข้อนี้เป็นตัวชี้วัด ว่ารัฐบาลควรได้รับการยอมรับให้บริหารประเทศต่อไปหรือไม่
ถามว่า 1. รัฐบาลนำพาต่อกฎหมายบ้านเมืองหรือไม่ มีมาตรการที่น่าเชื่อถือและยอมรับได้ว่า ไม่มีการทุจริตหรือไม่ ได้เสริมสร้างอะไรขึ้นมา หรือมีการปราบปรามทุจริตอย่างจริงจังหรือไม่ เช่น กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นาฬิกายืมเพื่อน ใน ป.ช.ช. มีหรือ ช่องทางที่จะใช้ดุลพินิจแบบนี้ นอกจากไม่นำพา ยังไปหักล้างความจริงอีกด้วย
2.ขาดตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล
2.1 รัฐบาลนี้ มีการล่วงละเมิดสถาบันมากที่สุด นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไม่เคยมีรัฐบาลไหน ที่ประชาชนก้าวล่วงสถาบันถึงที่สุด ถึงที่สุดขนาดที่ประชาชนเกิดความขัดแย้ง แตกแยก ถึงขนาดประชาชนต้องออกมาปกป้องสถาบันด้วยตัวเอง ถึงที่สุดขนาดที่รัฐบาลเฉย ปล่อยให้เรื่องเกิดได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย
2.2 กรณีของ นายธรรมนัส พรหมเผ่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ถูก หรือผิด แต่อยู่ที่จริยธรรม ฉะนั้น เมื่อเป็นฝ่ายบริหาร นายกฯ เป็นหัวหน้าฝ่าย ไม่ได้มีหน้าที่นำเสนอหรือ ขายโครงการต่างๆ ๆม่ใช่ คุณต้องสร้างระบบคุณธรรม สร้างระบบจริยธรรมที่ดี ไม่ว่าจะตัดสินอย่างไร เรื่องจริงยังอยู่ คือนายธรรมนัส ไม่ได้ปฏิเสธคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย เรื่องจริงคือศาลบอกว่า มีคำพิพากษาของออสเตรเลีย และเรื่องจริงคือ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นระบบไต่สวน จะต้องไปค้นหา รวบรวมเอกสาร ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผู้ร้อง ที่ใช้ระบบไต่สวน เพราะข้อจำกัดของผู้เสียหาย ของคู่กรณี ว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลได้หรือไม่
3.กรณีโควิด ที่มาถึงวันนี้ได้ ไม่ได้มีปัญหามาจากวัคซีน เพราะวัคซีนคือปัญหาที่สอง
ปัญหาแรกคือ ไม่บริหารจัดการ การนำพาเชื้อ และผู้ที่ก่อให้เกิดการแพร่หลายนั้น ล้วนแล้วแต่มีเจ้าหน้าที่รัฐ บางสื่อนำเสนอว่า มีฝ่ายบริหารบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการกระจายเชื้อ
“ที่สำคัญ การข้ามแดน เกิดขึ้นได้อย่างไร และปัจจุบันคุณก็ไปเอากฎหมายมา 31 ฉบับอยู่ที่คุณ แล้วคุณทำอะไรได้บ้าง คุณปิดด่านชายแดนหรือไม่ กระจายวันซีนได้หรือไม่ คุณบริหารสิ่งเหล่านี้ผิดพลาดมาตลอด ตั้งแต่การประเมิน ควบคุม ป้องกัน การชดเชยรายได้ ทุกวันนี้ สิ่งสำคัญกว่าโควิด คือการอยู่รอดของประชาชน ของเศรษฐกิจไทย คือสิ่งที่เห็นเป็นประจักษ์ชัด ไม่ได้กล่าวหา” นายนิติธรกล่าว และว่า
“ฝ่ายบริหาร ต้องกลับไปดูรัฐธรรมนูญ ในคำปรารภ ระบุแนวทางแก้ไข คือ ‘ปฏิรูปการศึกษา’ ‘การบังคับใช้กฎหมาย’ และ ‘การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม’ แต่ไม่ได้ทำ ไม่เกิดขึ้นเลย ไม่มีเสียงตอบรับจากฝ่ายบริหารของประเทศนี้แม้แต่นิดเดียว ทุกวันนี้ เหตุผลชัดเจนที่เอกชนนำเข้าวัคซีนไม่ได้ ก็ไม่ชัดเจน นำเข้าแล้วหายไปไหน ก็ไม่ชัดเจน ทางเลือกอื่นมีหรือไม่ แพทย์แผนไทยบอกว่า สมุนไพรไทยมีคุณสมบัติในการรักษา ไม่ใช่ป้องกัน ทำไมไม่พัฒนาด้านนี้ หรือไม่กระจายข้อมูลนี้ให้ประชาชนดูแลตัวเองมากขึ้น แม้กระทั่งส่วน ศบค.เอง มีแพทย์แผนไทยหรือไม่ องค์กระกอบ ศบค.เพียงพอรองรับปัญหาหรือไม่ หรือควรมีฝ่ายอื่นเข้ามา เช่น ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ฝ่ายพัฒนาสังคม ต้องเข้าไปดูแลคนยากจน คนตกงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ก็มีแต่พรรคพวกอยู่ตรงนั้น ผ่านมา 3 ระลอก ถ้า ศบค.ทำงานมีประสิทธิภาพจริง ต้องไม่เกิดระลอก 3 และขณะนี้ ไม่มีใครมั่นใจว่า จะไม่เกิดระลอก 4
แนวทางแก้ไขปัญหาง่ายๆ ถ้ารัฐบาลทำรถในการฉีดวัคซีน แต่ทำหรือไม่ คิดหรือไม่ วิสัยทัศน์เพียงพอรองรับปัญหาหรือเปล่า ก็เห็นชัดเจน เมื่อประเมินแล้ว รัฐบาลไม่สามารถนำพาประเทศพ้นวิกฤตนี้ไปได้ จึงออกมาแถลงข่าว เรียกร้องประชาชนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ นักธุรกิจ ทหาร ตำรวจ หน้าที่ไหนก็แล้วแต่ จะเป็นเด็ก ผู้หญิง คนชรา ให้หันกลับมาดูบ้านเมือง และมองด้วยสายตาที่เอาตัวเองเป็นกลาง มองความจริงที่อยู่ตรงหน้า ว่ารัฐบาลนี้ควรจะอยู่ต่อไปหรือไม่ และมาดูศักยภาพของเราว่า โดยตัวเราเอง ประชาชนคนหนึ่ง ถ้าร่วมมือกับประชาชนทุกคน สามารถที่จะสร้างรัฐบาลในฝันของตัวเองได้หรือไม่ สามารถที่จะสร้างรัฐบาลให้สร้างชาติจริงๆ ทำเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ทำได้หรือไม่ ผมจึงไปศึกษรัฐธรรมมนูญ 2560 ปรากฏว่าทำได้ตามมาตรา 272 แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือ และความเสียสละ เป็นที่มาที่จะต้องแถลงข่าวสื่อสารกันในวันนี้” นายนิติธรกล่าว
นายนิติธรกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังองค์กรอิสระ โดยเฉพาะองค์กรที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ท่านได้รับการแต่งต้งมาในสมัยรัฐบาล คสช. ขณะนี้ รัฐบาลนี้อ้างว่ามาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น สิทธิพิเศษที่ท่านได้จากอำนาจรัฐประหาร ท่านควรต้องวางลง และลาออก ไม่อย่างนั้น จะไม่สามารถทำการตรวจสอบอย่างเต็มที่ คณะกรรมการ บอร์ดวิสาหกิจที่รับการแต่งตั้ง ได้รับผลประโยชน์จากผลพวงของรัฐประหาร ท่านต้องยุติบทบาท และลาออก ปล่อยให้คนดี มีฝีมือ สมัครเข้าไป ผ่านการสรรหาเข้าไปใหม่ การตรวจสอบจึงจะเป็นไปได้จริง
เมื่อถามว่า ในส่วนของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ เพราะล่าสุดคุณสุเทพโพสต์ข้อความว่า ยังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้แก้ปัญหา ฝ่าวิกฤต ?
นายนิติธรกล่าวว่า คงเป็นเรื่องของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และตนไม่ได้คุยกัน ตนไม่ค่อยได้พูดคุยกับใคร และไม้ได้สร้างเครือข่าย แต่จะทำหน้าที่ในกรณีที่เห็นว่า ประเทศชาติวิกฤต รัฐบาลไม่นำพา หรือเป็นตัวก่อปัญหา จึงไม่จำเป็นจะต้องไปหารือ กับคุณสุเทพ
“ส่วนคุณสุเทพจะเชียร์ประยุทธ์ ก็เชียร์ไป แต่ถ้าประเทศเสียหาย คุณสุเทพจะรับผิดชอบร่วมกับคุณประยุทธ์หรือไม่ถ้าการบริหารเสียหาย วิกฤตถึงที่สุด” นายนิติธรกล่าว
นายนิติธรกล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลที่อยู่ได้ด้วย 3 เรื่อง
1.อาศัยอยู่บนความแตกแยกของพี่น้องประชาชน
ในขณะที่บอกว่า ถ้าเลือกความสงบ จบที่ลุงตู่ แต่วันนี้ลุงตู่ไม่ได้อยู่ได้ด้วยความสงบของพี่น้องประชาชน กลับอาศัยความแตกแยกของประชาชนอยู่
2.ขณะที่พี่น้องประชาชนต้องต่อสู้ ดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตโควิด-19 แต่รัฐบาลนี้อยู่ได้ด้วย “อาศัยวิกฤตโควิด” ผมไม่รู้ว่า หาผลประโยชน์จากกรณีวิกฤตโควิดด้วยหรือไม่
3.อยู่ได้ด้วยการปล่อยให้ละเมิดสถาบันฯ และทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า ถ้าบิ๊กตู่ไป สถาบันฯ จะอยู่ไม่ได้ แต่ผมมองกลับกัน ถ้าประยุทธ์ไป สถาบันจะสง่างามมากขึ้น
มีน้องนักศึกษาเรียกร้องการปฏิรูป แต่รัฐบาลเอง บอกว่าไม่ล้ม ไม่ปฏิรูป แต่พิทักษ์รักษาไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เหมือนนายกคนอื่น ท่านเป็นทหาร และดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก ถามว่าซาบซึ้ง มีเป้าหมายทดแทนคุณแผ่นดินอย่างไร อยู่ได้ด้วย 3 เรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ได้ด้วยผลงาน 7 ปี แล้ว 2 เรื่องนี้ ควรจะลดระดับลงบ้าง โควิดเป็นเรื่องใม่ แต่ก็ไม่ควรแพร่เชื้อจนกระทบต่อการักษาขนาดนี้ ส่วนคุณสุเทพ อย่างไรก็ช่างแก
เมื่อถามว่า นายกคนนอก ตาม 272 มองว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ใครเหมาะสมมาเป็นนายกรัฐมนตรี แก้วิกฤตประเทศตอนนี้บ้าง ?
นายนิติธรเปิดเผยว่า 1.มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งในด้านความถูกต้อง และความเป็นจริง นอกจากนี้ ยังต้องสอดคล้องกับจริยธรรมทางการเมือง 3. ต้องเห็นประชาชนมากกว่าพวกพ้อง 4. ต้องมีวิสัยทัศน์ และออกมามองนอกกรอบ มองสังคม มองความเป็นจริงของประชาชนอย่างชัดเจน ใครก็ได้ ผมคงไม่เอ่ยชื่อถึงเวลานั้น ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เราก็จะทำการโหวตว่าพี่น้องประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียด เพื่อให้เข้าถึงนายกฯ ได้ ไม่ใช่อย่างทุกวันนี้ และ 5.สุจริต
“ไม่ใช่บอกแต่ว่า ฉันสุจริต แต่คนใน ครม.จะทุจริต จะโกง จะไม่สง่างาม ไม่มีจริยธรรมอย่างไร มันเรื่องของเขา เอาแค่ฉันอยู่ได้พอ อย่างนี้ไม่ใช่ เอาเป็นว่าประยุทธ์ไปตรวจสอบมาตรฐานของตัวเองตามที่ว่าไว้ ถ้าไม่ผ่าน ก็ 1.เสียสละลาออก 2.ใช้สติปัญญาเท่าที่มีไปหาคนที่เหมาะสมกว่าตัวเองมาเป็นนายก หรือให้ประชาชนเสนอเข้าไป”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกลุ่ม ปท. มีจุดยืน คล้ายกลุ่ม “ไทยไม่ทน” ของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ จะมีโอกาสร่วมงานกันหรือไม่ และหากรัฐบาลไม่ลาออก จะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างไร ?
ด้าน นายพิชิตเปิดเผยว่า จะรวมหรือไม่ คงไม่สามารถตอบได้ เพราะต่างดำเนินการตามแนวทางของแต่ละกลุ่ม และไม่ได้มีการพูดคุยกับคุณจตุพร ข้อเรียกร้องเบื้องต้นเหมือนกัน คือ นายกฯ ลาออก แต่เรามีจุดยืนชัดเจนในการสร้างชาติ มีภารกิจชัดเจน ซึ่งก็แตกต่างจากกลุ่ม คณะราษฎร 2563 เช่นกัน
ส่วนอนาคตจะมีความกดดันเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็ยังประเมินกันอยู่ เพราะในช่วงโควิดคงเคลื่อนไหวอะไรได้ไม่มากนัก นอกจากการยื่นหนังสือแล้ว ในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งจะเป็นวันครบรอบการรัฐบลประหาร กำลังรวบรวมงานวิชาการ ‘7 ปี ความล้มเหลวของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ปฏิรูปไม่คืบหน้า’ ออกมานำเสนอ อาจจะเป็นวงเสวนาทางวิชาการ ที่ ม.รังสิต ซึ่งกำลังประเมินกันอยู่ ส่วนจะออกถนนหรือไม่ หรือจะกดดันเพิ่มขนาดไหน ยังต้องประเมินตามสถานการณ์โรคระบาด ณ ตอนนี้อยู่
นอกจากนี้ นายพิชิตยังระบุด้วยว่า วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคมนี้ กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) จะส่งตัวแทน ไปยื่นหนังสือ ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.00 น. เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเจตน



