‘อนุทิน’ ขอปชช.เข้มตัวเอง หลัง ศบค.ผ่อนคลายกินในร้าน ยัน คลัสเตอร์เรือนจำยังอยู่ในพื้นที่ปิด
วันที่ 17 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังเพิ่มสูงขึ้นว่า ขณะนี้เป็นการติดเชื้อในคลัสเตอร์ เช่น ติดเชื้อในเรือนจำ แคมป์ก่อสร้าง ซึ่งการเกิดในกลุ่มก้อนเหล่านี้เป็นแบบปิด สามารถใช้มาตรการบับเบิ้ลแอนด์ซีล(Bubble and seal) คัดแยกผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มสีเขียว สีเหลืองและสีแดง เพื่อให้ผู้ป่วยอาการหนักออกมารักษา
“อย่างกลุ่มก้อนคนงานอิตาเลี่ยนไทย เราก็เข้าไปปิดไซต์งาน ซึ่งภายในนั้นก็เหมือน รพ.สนาม กลายๆ ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องจัดพื้นที่สำหรับแยกผู้ป่วย และไม่ให้คนออกมาข้างนอก ดึงเฉพาะผู้ป่วยอาการหนักออกมา” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า อัตราผู้ติดเชื้อตามอาการตอนนี้เป็น กลุ่มสีเขียว 70% สีเหลือง 20% และสีแดง 10% ฉะนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังอยู่ในสีเขียว ซึ่งหากไม่แสดงอาการ 14 วันก็จะเปิดปกติ ทั้งนี้ ในวันที่ติดเชื้อเยอะ ก็มีผู้ที่รักษาหายกลับบ้านเยอะเช่นกัน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในจุดที่ตัดกันแล้ว เพียงแต่ว่ามีคลัสเตอร์ในเรือนจำ ทำให้จุดตัดนั้นเริ่มห่างออกไป อย่างไรก็ตาม สมมติการติดเชื้อในเรือนจำ 9 พันกว่าราย แล้วหากมีผู้ป่วยสีเขียว 60% คิดเป็น 5 พันราย ถ้าไม่แสดงอาการเลย อีก 14 วันเราก็จะเห็น 5 พันรายนี้ ถูกตัดออกจากบัญชี และเป็นผู้ที่หายจากการติดเชื้อ
“ตอนนี้มีการประสานกับ รมว.ยุติธรรม ไม่ต้องกังวลเรื่องยา แล้วเราจะรีบเอาวัคซีนเข้าไปฉีดให้กับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ โดยเฉพาะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ และกรมราชทัณฑ์ ต้องอัดวัคซีนโดยด่วน” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงการที่ ศบค. ผ่อนคลายให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีการพิจารณาหลายด้าน ซึ่งก็อยู่ในสถานการที่สามารถทำได้ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้า ต่อลมหายใจให้คนหาเช้ากินค่ำ แต่ต้องขอความร่วมมือให้เน้นการซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน และปฏิบัติเข้มมาตรการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ และทำงานที่บ้านให้มาก เพราะหากเราผ่อนคลายแล้วสถานการณ์แย่ลงก็คงต้องสั่งปิดอีก

