ศาลให้ประกันตัวเเก๊งเรียกค่าไถ่นักธุรกิจไต้หวันคนละ 3 แสน ติดอีเอ็มห้ามออกนอกประเทศ

17.05.21 | 19:29 น.

ศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ประกันตัว ขบวนการเรียกค่าไถ่นักธุรกิจไต้หวัน วงเงินคนละ 3 แสน ติดอีเอ็มกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ-รายงานตัวเคร่งครัด


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ร.ต.ท.หญิงธิดา เดชวุฒิกุล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อได้นำตัว นายลูอิส วิลเลี่ยม ซิสกิน อายุ 51 ปี, นายเจเรมี่ ฮิวส์ แมนเชสเตอร์ อายุ 40 ปี, นายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ อายุ 28 ปี และพ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาทั้ง 4 มาฝากขังศาลเป็นครั้งแรกโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันเป็นซ่องโจรร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวร่วมกันเรียกค่าไถ่บุคคลอายุกว่า 15 ปี และเป็นคนกลางเรียกรับค่าไถ่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210 , 309, 310, 313 และ 314 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

พฤติการณ์ระบุในคำร้อง สรุปคือ ก่อนเกิดเหตุนายเหวินหยู่ฉุน สัญชาติไต้หวันผู้เสียหายที่จะเข้ามาทำงานกับนายจ้างที่ บริษัท ตั้งอยู่ประเทศไต้หวัน ปรากฏว่านายจ้างได้ติดต่อซื้อขายถุงมือยางกับนายลูอิส ผู้ต้องหาที่ 1 เมื่อนายจ้างได้จัดส่งสินค้าให้กับผู้ต้องหาที่ 1 ไปแล้วปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ 1 ได้ขอเปลี่ยนสินค้า หากแต่นายจ้างของผู้เสียหายปฏิเสธจึงทำให้ผู้ต้องหาที่ 1 ไม่พอใจนายจ้าง จึงให้ผู้เสียหายเดินทางไปประเทศไทยเพื่อเจรจากับผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมกับจะได้สำรวจหาตลาดเพื่อหาซื้อถุงมือยางให้กับเจ้านาย จากนั้นผู้ต้องหากับพวกทั้งคนไทยและคนต่างด้าวได้บังอาจร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำโดย ได้หลอกล่อให้ผู้เสียหายออกมาพบที่ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 36 แต่กลับล็อกตัว ใส่กุญมือในช่วงกลางวัน และลากไปยังห้องพักในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นขบวนการดังกล่าวบังคับเรียกค่าไถ่รวม 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ผู้เสียหายพยายามเจรจาต่อรองว่าจะติดต่อกับบริษัทแม่ในต่างประเทศให้ชำระหนี้ดังกล่าว เพราะตัวเองไม่มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงิน ผู้ต้องหาจึงยอมปล่อยตัวผู้เสียหายออกมา

พนักงานสอบสวนต้องสอบพยานบุคคลพยานเอกสารพยานวัตถุและผลตรวจพิสูจน์ต่างๆ กลับยังคงตองสอบพยานอีกสิบปาก จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 17-28 พ.ค. และขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญไม่ยำเกรงกฎหมายเกรงว่าปล่อยตัวไปแล้วจะหลบหนี

Advertisement

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังและตามขอ ญาติและทนายผู้ต้องหาทั้ง 4 คนยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณาคำร้องของผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้ว อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในวงเงินคนละ 300,000 บาท และใส่กําไลข้อเท้า EM โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องมารายงานตัวตามกำหนดนัดอย่างเคร่งครัด