เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม นางกรณิศ แซ่ตั้ง เจ้าของร้าน ‘เบียร์หิมะ’ ร้านอาหารชื่อดังย่านประชาชื่น เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ร้องเรียน ‘มติชน’ เรียกร้องให้การไฟฟ้านครหลวงตรวจสอบกรณีค่าไฟฟ้าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาซึ่งยังคงอัตราปกติทั้งที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในปริมาณเท่าเดิม เนื่องจากเน้นการจำหน่ายแบบซื้อกลับบ้าน
นางกรณิศกล่าวว่า ร้านเบียร์หิมะประกอบด้วยตึก 3 หลัง บิลค่าไฟฟ้าแยกกัน เมื่อนำมารวมกัน โดยปกติตกอยู่ที่เฉลี่ย 140,000 บาททุกเดือน โดยตึกเลขที่ 12/21 มีเครื่องทำน้ำแข็ง บิลแต่ละเดือนราว 10,000 บาท และตึกเลขที่ 12/24 มีตู้แช่เบียร์และตู้ทำน้ำแข็ง ค่าไฟตกเดือนละ 20,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 ตึกดังกล่าวถือว่าปกติ เพราะมีการใช้ไฟจริง แต่ตึกใหม่ล่าสุดของร้าน ซึ่งในสถานการณ์ปกติค่าไฟเฉลี่ยราว 70,000-80,000 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 รัฐบาลมีมาตรการไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนถึงห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ทำให้มีการใช้ไฟน้อยลงอย่างมาก เปิดเครื่องปรับอากาศเพียง 2 ตัว จากเดิมกว่า 10 ตัว เพราะถูกยกเลิกการจองโต๊ะ แต่ค่าไฟฟ้ากลับเท่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ
“ตึกนี้ในช่วงที่ขายได้ปกติ ค่าไฟ 7-8 หมื่นบาททุกเดือน แต่ตอนหยุดขายเพราะโควิด ไม่ได้เปิดแอร์ ไม่ได้รับออร์เดอร์ เจอ 7-8 หมื่นเหมือนเดิม ไม่ได้ลดลง เครื่องใช้ไฟฟ้าหลักคือแอร์ และเครื่องดูดควัน ค่าไฟส่วนใหญ่อยู่ที่การเปิดแอร์ เพราะมีเป็น 10 ตัว แต่ไม่ได้เปิดแอร์ในช่วงที่เปิดร้านไม่ได้ อย่างมากก็เปิดแค่ 2 ตัว ทำไมค่าไฟมาเท่าเดิม เราไม่ได้ขายของตั้ง 2 เดือน ทำไมค่าไฟเป็นอย่างนี้ แอร์ก็ไม่ได้เปิด ไม่รู้ว่าจดบิลอย่างไร ไม่เคยเห็นมีใครมาจดมิเตอร์ ช่วงปีใหม่มา คนยกเลิกการจองโต๊ะหมดเลย เพราะจัดเลี้ยงไม่ได้ กินเบียร์ไม่ได้ ขายไม่ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ต้องมาขายข้าวแกง เพราะต้องการให้คนงานมีรายได้เพิ่ม แต่กลับต้องมาขาดทุนเพราะค่าไฟทุกเดือนๆ เลยคิดว่าต้องร้องสื่อแล้ว อยากให้การไฟฟ้ามาตรวจสอบ” นางกรณิศกล่าว
นางกรณิศกล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด แต่เมื่อโควิดระบาดในปี 2563 ร้านเบียร์หิมะหยุดขายไป 2 เดือน ค่าไฟก็ยังอยู่ในอัตราปกติ คือ ใกล้เคียงกับตอนเปิดร้าน จึงให้หลานไปสอบถามทางการไฟฟ้านครหลวง แต่ยังไม่มีผู้มาตรวจสอบ กระทั่งเกิดเหตุอีกในปี 2564 นี้
“ช่วงปี 63 ช่วงโควิดใหม่ๆที่รัฐบาลไม่ให้นั่งทานที่ร้าน เจ๊ก็ไปอยู่บ้าน ร้านไม่ได้เปิดแอร์ ขายแต่แกงถุง ที่จะมีแกร็ปมารับ ค่าไฟควรจะ 1-2 หมื่นบาทจะไม่ว่า แต่นี่มา 8 หมื่นกว่าทุกเดือน หยุด 2-3 เดือนก็เก็บอยู่อย่างนั้น ช่วงที่ขายได้แต่ไม่ให้ทานเหล้าทานเบียร์ ขายไม่ได้ เปิดแอร์แค่ตัวเดียว เพราะไม่มีคนมานั่ง เฉพาะตึกใหม่นี้ ค่าไฟก็ยังมา 7-8 หมื่นอยู่อย่างนี้ เคยให้หลานไปสอบถามการไฟฟ้าฯ ว่าทำไมเก็บค่าไฟแพง ทั้งที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้ามากเท่าเดิม ได้รับคำตอบว่า จะตรวจสอบให้ แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีผู้มาตรวจสอบจนถึงตอนนี้” นางกรณิศกล่าว

