12 กันยาฯ เปิด ‘คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยว’ 9 เมืองสำคัญ สกัดภัยจากการเดินทาง

4.09.16 | 15:25 น.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค สธ.ได้เร่งรัดพัฒนางานเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากพบว่าในปี 2558 มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย จำนวน 29.9 ล้านคน และคาดว่าในปี 2563 จะเพิ่มเป็น 44.5 ล้านคน และมีคนไทยออกไปท่องเที่ยวนอกประเทศมากกว่า 3.4 ล้านคน ซึ่งจากการศึกษาข้อมูล พบว่าการเดินทางระหว่างประเทศมีโอกาสเจ็บป่วยได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ วัย โรคประจำตัว กิจกรรม ที่พัก พื้นที่สูง พื้นที่ที่มีโรคระบาดหรือโรคประจำถิ่น ฯลฯ และความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ที่สิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอ ความสะอาดและระบบสุขาภิบาล การบริการทางการแพทย์ การป้องกันควบคุมโรคไม่เพียงพอ รวมทั้งอุบัติเหตุ ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิต

นพ.ปิยะสกลกล่าวอีกว่า จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 55 ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศกำลังพัฒนาจะเกิดปัญหาสุขภาพ โดยร้อยละ 8 ของนักท่องเที่ยวต้องพบแพทย์ และพบว่าประมาณ 1 คน ใน 100,000 คน เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม โรคและภัยสุขภาพเหล่านี้สามารถบริหารจัดการและป้องกันได้ ถ้ามีความรู้ความเข้าใจและเตรียมตัวที่ดี สธ.จึงมอบให้กรมควบคุมโรค ดำเนินการ 1.จัดตั้งสถาบันเวชศาสตร์ป้องกันศึกษา กรมควบคุมโรคทำหน้าที่ ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว รวมทั้งจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพกำลังคนรองรับงาน 2.พัฒนารูปแบบคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมและมีมาตรฐาน 9 แห่ง ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และขยายไปพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

ด้าน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า คลินิกเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และแหล่งท่องเที่ยว 9 แห่ง จะเปิดบริการในวันที่ 12 กันยายนนี้ ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ศูนย์วัณโรคเขต 1 จ.เชียงใหม่ รพ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ศูนย์หาดใหญ่นวรัตน์ จ.สงขลา รพ.หนองคาย รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย รพ.นครพนม รพ.มุกดาหาร และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรุงเทพฯ สำหรับรูปแบบการให้บริการ 1.พัฒนาโปรแกรมข้อมูลงานเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงคลินิกเข้าด้วยกันเป็นเครือข่าย ทราบสถานการณ์ในพื้นที่ และในภาพรวมของประเทศ 2.จัดทำคู่มือการดำเนินงานสำหรับแพทย์ บุคลากรค้นคว้าหาความรู้ได้ง่าย 3.จัดบริการตามมาตรฐานงานคลินิกของกรมควบคุมโรค ให้บริการคำปรึกษาและดูแลสุขภาพก่อนและหลังเดินทาง การฉีดวัคซีนป้องกันโรค ให้คำแนะนำการป้องกันโรค ตรวจสุขภาพและออกใบรับรองแพทย์ก่อนเดินทาง รวมถึงการรักษาโรคที่เกิดจากการเดินทางท่องเที่ยว 4.จัดระบบการให้คำปรึกษาก่อนเดินทางแบบออนไลน์