ตัวแทนลูกจ้าง ชง รมว.สุชาติ ประกันความเสี่ยงผู้ประกันตนรับผลกระทบวัคซีนโควิด

21.05.21 | 14:37 น.
ตัวแทนลูกจ้าง ชง รมว.สุชาติ ประกันความเสี่ยงผู้ประกันตนรับผลกระทบวัคซีนโควิด

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นำคณะที่ปรึกษาและผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หารือร่วมกับ นายมานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย และคณะ ประเด็นประกันภัยความเสี่ยงผลกระทบที่เกิดจากการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของผู้ประกันตน ที่กระทรวงแรงงาน

นายมานิตย์ กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ ทั้งในระบบและนอกระบบประกันสังคม ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า รัฐบาลก็ได้เร่งมือเต็มที่ในการแก้ปัญหาต่างๆ มากมายหลายโครงการ ทั้งบริการตรวจเชิงรุกให้บุคคลทั่วไปและตรวจในสถานประกอบการของผู้ประกันตนมาตรา 33 เพื่อเป็นการป้องกัน ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญกลุ่มใหญ่ที่มีอาชีพต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผู้ประกันตนก็เต็มใจเตรียมพร้อมที่จะฉีดวัคซีนทุกคน ในการนี้เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและความมั่นใจของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จะฉีดวัคซีน จึงขอให้กระทรวงแรงงาน ประกันภัยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดผลกระทบจากการฉีดวัคซีน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนและครอบครัว

ด้าน นายสุชาติ กล่าวถึงข้อเรียกร้องดังกล่าวว่า ในเบื้องต้นสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้มีประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะจ่ายสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายหรือเกิดผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ดังนี้

Advertisement

กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือพิการ จ่าย 240,000 บาท กรณีแพ้วัคซีนและจำเป็นต้องรักษาพยาบาลหรือฟื้นฟูจ่าย 100,000 บาท กรณีแพทย์สั่งให้หยุดพักจะจ่ายเงินชดเชยรายวันร้อยละ 50 ของค่าจ้างระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน (250 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 365 วันต่อปี) เงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ (ทุพพลภาพไม่รุนแรง) จ่ายร้อยละ 30 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 15 ปี เงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะ (ทุพพลภาพรุนแรง) จ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต หากส่งเงินสมทบ 3 ปี ได้ชดเชย 2 เดือน ส่งเงินสมทบ 10 ปี ได้ชดเชย 6 เดือน และเงินสงเคราะห์บุตรกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตจะจ่ายเดือนละ 800 บาท จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีน จะได้รับการจ่ายสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ข้างต้น ดังนั้นข้อเรียกร้องที่ขอให้จ่ายค่าชดเชยมากกว่าสิทธิประโยชน์ที่ พ.ร.บ.กำหนด ผมจะมอบหมายให้สปส.ไปศึกษาในรายละเอียดและความเป็นไปได้ เพื่อเป็นการประกันภัยความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกันตนในการฉีดวัคซีนครั้งนี้” นายสุชาติ กล่าว