เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ สน.พหลโยธิน พ.ต.อ.สุรพงษ์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.2 พร้อม พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน และ พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.พหลโยธิน ชี้แจงกรณีเมื่อเย็นวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์ไล่ตามทะเลาะวิวาท ก่อนมีผู้ถูกปืนยิงบริเวณซอยลาดพร้าว 41 แยก 22 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย และอีกเหตุเป็นปืนลั่นมีคนบาดเจ็บ ก่อนไปตรวจสอบแล้วพบนายเบิร์ดกับนายอาร์ม เพื่อนของนายเบิร์ดที่บาดเจ็บ จึงสอบปากคำพยานพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบว่าก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 17.50 น. นายเบิร์ดได้ขี่จักรยานยนต์โดยมีนายอาร์มซ้อนท้าย ออกจากที่พักย่านรัชดาไปตระเวนหาคู่อริที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเคยทำร้ายพวกตนมาก่อน จนไปถึงซอยรัชดา 32 พบนายไอซ์กับนายเบส ขี่รถจักรยานยนต์กันมา กลุ่มผู้ต้องหาจึงใช้มีดฟันเข้าที่หลัง ทำให้ทั้งคู่บาดเจ็บหลบหนีไป ก่อนผู้ต้องหาจะขี่รถไล่ตามไป ระหว่างนั้นก็ไปเจอนายโอม ผู้ต้องหาจึงไปถามว่าเรียนที่ไหน แล้วยิงปืนใส่นายโอม ทำให้นายโอมหลบหนีก่อนจะไล่ตามไป จนนายอาร์มทำปืนลั่นเข้าท้องตัวเองได้รับบาดเจ็บแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า เมื่อสอบถามนายเบิร์ด ก็รับสารภาพว่าทั้งคู่ได้เสพยาโรเซ่ ซึ่งเป็นยานอนหลับที่ใช้เป็นส่วนผสมในยาเคนมผง ก่อนจะมาไล่ล่าคู่อริ แต่เมื่อสอบถามผู้เสียหายทั้งหมด 3 รายต่างให้การตรงกันว่าไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน จึงสันนิษฐานว่าทั้งคู่เข้าใจผิด เนื่องจากเสพยาแล้วหลอน จนคิดว่าเป็นอริของตัวเอง ตำรวจจึงจับกุมนายเบิร์ดดำเนินคดีฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ, ร่วมกันมีอาวุธปืนและพกพาไปในทางสาธารณะ และร่วมกันพกพามีดไปในเมือง พร้อมพาตัวไปตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติมอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคดีนี้มีพยานและหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และร่องรอยบาดแผลชัดเจนว่าเป็นเหตุปืนลั่นจริง แต่หลังจากนี้ ฝ่ายสืบสวนจะปูพรมหาปืนที่นายเบิร์ดอ้างว่าได้ขว้างทิ้งในพงหญ้าใกล้จุดที่ปืนลั่นซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รก พร้อมขยายผลหาแหล่งที่มาของยาโรเซ่ต่อไป
พ.ต.ท.ธเนศกล่าวว่า สำหรับผู้เสียหาย มีบางรายเรียนจบมานานแล้ว มีอายุมากพอสมควร ขณะที่บางคนอายุเพิ่งจะ 15 ปี และยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง จึงไม่น่าเป็นสาเหตุทำร้ายร่างกาย

