‘น้องที่ดินพังงา’ให้การ ตร. เผยเชื่อผลพิสูจน์ผูกคอแค่ 5% ขณะเยี่ยมไร้อาการเครียด

5.09.16 | 15:50 น.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 กันยายน ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพยาบาลโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ 3 คน เดินทางมาให้ปากคำที่ สน.ทุ่งสองห้อง โดยมีอัยการและเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมสอบปากคำด้วย

น้องธวัชชัย2

ต่อมาเวลา 13.30 นายชัยณรงค์ เปิดเผยหลังสอบปากคำกว่า 2 ชั่วโมง ว่า ให้ปากคำเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพี่ชาย ทั้งเรื่องการไปพบขณะอยู่ที่ดีเอสไอ ที่โรงพยาบาล และการไปรับหนังสือจากนิติเวช ตนติดใจในผลการชันสูตรศพเพราะเห็นว่าผิดธรรมชาติ จะเป็นมาอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่อาจทราบได้ ทำให้ต้องมีการผ่าชันสูตรอีกครั้งโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ต้องรอผลตรงนี้ มองว่าเจ้าของสถานที่ หน่วยงาน จะต้องพิจารณาดูด้วยว่าเกิดเหตุขึ้นได้อย่างไรในสถานที่ของท่าน หน่วยงานที่ได้รับความไว้วางใจจากคนไทยอีกหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลการชันสูตรครั้งที่ 2 จากกระทรวงยุติธรรมออกมาเป็นการฆ่าตัวตายจริง จะยอมรับผลหรือไม่ นายชัยณรงค์กล่าวว่า ยอมรับเพราะเป็นผลทางวิทยาศาสตร์ แต่ต้องนำผลทั้ง 2 ครั้งมาประกอบกัน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินเรื่องไป ตนเข้าไปร่วมไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนี้จะเดินทางไปพบทนายก่อน จากนั้นดีเอสไอจะให้ดูสถานที่ และภาพวงจรปิด ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตนไม่ดูเพราะรับแจ้งว่าดูได้เฉพาะทางเดินเท่านั้น จึงเห็นว่ามีเฉพาะทางเดินก็ไม่รู้จะไปดูอะไร เชื่อว่าไม่ต้องร้องขอในการเข้าร่วมตรวจพิสูจน์ศพครั้งที่ 2 แต่ไม่แน่ใจว่าจะใจแข็งพอที่จะสังเกตการณ์การผ่าพิสูจน์ ตนได้ร้องขอให้นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย นอกเหนือจากที่ดีเอสไอแจ้งว่าจะมีแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราช ร่วมชันสูตรครั้งที่ 2

นายชัยณรงค์กล่าวอีกว่า การสอบปากคำในครั้งนี้ได้มอบใบแจ้งตายพร้อมลงชื่อกำกับไว้มอบให้กับพนักงานสอบสวน ไม่มีการสอบสวนเรื่องอุปกรณ์ที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต หากถามคงตอบไม่ได้ ทั้งนี้ไม่ได้ถามความคืบหน้าในคดี ขอให้พนักงานสอบสวนได้ทำงานก่อน เพราะจะต้องสอบปากคำอีกหลายปาก

Advertisement

เมื่อถามว่าเชื่อในสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่ นายชัยณรงค์กล่าวว่า เชื่อเพียง 5% ปกติแล้วนายธวัชชัยเป็นคนร่าเริง ไม่เครียด วันที่ไปพบก็ไม่ได้เครียดอะไร หลังจากที่ห่างกันมาเกือบ 30 ปี จนถึงตอนนี้ต้องรอฟังผลการชันสูตรทั้ง 2 ครั้งก่อนว่าจะมั่นใจได้หรือไม่ หากผลออกมาแล้วต้องดูว่ารับได้เพียงใดและรับไม่ได้อย่างไร