พ่อแม่อาลัย รับร่างลูกสาวถูกยิง 7 นัดบนแท็กซี่ ลั่นไม่อโหสิกรรม ผู้ต้องหาบอกคุยผ่านเฟซ

27.05.21 | 16:20 น.

พ่อแม่รับร่างน้องน้ำฝนถูกยิง 7 นัด ไม่ขออโหสิกรรม ส่วนผู้ต้องหาบอกว่ารู้จัก คุยผ่านเฟซบุ๊ก ตร.ค้านประกัน


กรณีเกิดเหตุยิงกันบนรถแท็กซี่ หญิงสาวอายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันแห่งหนึ่ง ที่ถูกยิง พบว่าเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมาจับกุมมือยิงอายุ 53 ปีได้อ้างว่าหึงหวงนั้น

อ่านล็อกตัวทันควัน ชายวัย 53 ลั่นไกใส่แฟนสาว 19 ปี บนแท็กซี่ ฉุนบอกเลิก พ่อฝ่ายหญิงเศร้าบอกลูกเป็นความหวัง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช นายวิโรจน์ สุขเกษม อายุ 58 ปี น.ส.พัฒยา สุขเกษม อายุ 55 ปี เดินทางมารับศพบุตรสาวน.ส.น้ำฝน อายุ 19 ปี นักศึกษาปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

Advertisement

นายวิโรจน์ สุขเกษม อายุ 58 ปี กล่าวว่า เรื่องที่ผู้ต้องหาอ้างว่าคบหากับลูกสาวตนมานานกว่า 7 ปี ตนและครอบครัวไม่เคยมีใครทราบเรื่องหรือระแคะระคายว่ามีชายหนุ่มมาพัวพัน ตั้งแต่เด็กจนโตตนเป็นคนไปรับและไปส่งลูกสาวไปโรงเรียนทุกวัน พูดคุยถามไถ่สาระทุกข์สุขดิบกันทุกวัน ถ้าคบกันนานขนาดนั้นจริงก็คงรับรู้บ้าง ลูกสาวอยู่ในสายตาตลอด เเต่ผู้ต้องหากลับอ้างว่ามีการรู้จักกับลูกสาวมานานกว่า 7 ปี ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะขณะนั้นลูกสาวอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น ซึ่งอยู่ในความดูเเลของครอบครัวอย่างใกล้ชิด ทำไมไม่มีเรื่องระแคะระคายว่าแอบคบหากัน

รวมทั้งผลการเรียนก็ไม่ได้ตกต่ำ โดยน้องจะได้เกรดเฉลี่ย 3.7 เเละยังได้ทุนการศึกษาเรียนดีในระดับมหาวิทยาลัย จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนอกลู่นอกทาง และลูกสาวเป็นคนดีที่มีความกตัญญูสูง เคยบอกกับตนว่า “พ่ออดทนหน่อยนะ อีก 3 ปี ถ้าหนูเรียนจบ เเล้วมีงานทำ ชีวิตเราจะดีขึ้น” นั่นเป็นคำพูดของลูกสาวที่ก้องอยู่ในหัวใจของพ่อตลอด ส่วนเรื่องที่ว่ามาช่วยเหลือหรือให้เงินน้องนั้น ตนประกอบอาชีพค้าขายอาหารทะเล ย่านบางบอน และครอบครัวไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุ ยืนยันว่าจะไม่ขออโหสิกรรมให้ เพราะมีความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์หลังจากนี้จะรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดบางบอน สวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 คืน ฌาปนกิจ วันที่ 30 พฤษภาคม

พ.ต.ท.ทองคูณ เเกมขุนทด รอง ผกก.(สอบสวน)สน.ท่าข้าม เปิดเผยว่า วันนี้ได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาแล้วให้การว่า ช่วงน้องน้ำฝนกำลังจะเรียนเข้ามัธยมปีที่ 1 ได้รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้ติดต่อพูดคุยกันตลอดผ่านช่องทางนี้ ส่วนค่าเลี้ยงดูที่ผู้ต้องหาบอกนั้น จะเป็นในเรื่องการซื้อของให้ทั่วไป ค่าเทอมก็มีให้บ้างบางครั้ง รวมไปถึงพาเที่ยวเฉกเช่นคนที่คบหาดูใจกัน แต่ไม่ได้เปิดเผยให้ใครรับรู้เพราะอายุห่างกัน นอกจากนี้ผู้ต้องหาไม่เคยมีครอบครัวมาก่อน และเมื่อก่อนทำธุรกิจกับพี่ชาย เป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถจักรยานยนต์ จึงค่อยข้างมีเงิน จากนั้นไม่นานมีปัญหาจึงออกมาทำอาชีพแมสเซ็นเจอร์ ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรมาได้สักระยะแล้ว เบื้องต้นได้นำตัวเข้าห้องกักขังสน.ท่าข้ามไว้ก่อน และจะนำตัวไปฝากขังศาลอาญาธนบุรี โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์ เเละอัตราโทษสูง