จากกรณีตำรวจกองปราบฯนำกำลังไล่สกัดจับ นายภานุพงศ์ จูสิงห์ อายุ 25 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ที่กำลังขับรถกระบะลักลอบขนสัตว์ป่าส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปทำเป็นเมนูเปิบพิสดาร ก่อนสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี พร้อมกับตรวจยึดลิงแสม ได้จำนวน 102 ตัว ตามที่ได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและยังมีขัอมูลในเรื่องนี้อยู่แล้ว ทำเรื่องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อขอโอนสำนวนคดีมาสืบสวนสอบสวนหาขบวนการลักลอบขนลิงแสมแก๊งนี้ รวมทั้งจะให้ตำรวจกองปราบปราม ช่วยสืบสวนจับกุมอีกทางหนึ่งด้วย โดยทั้งหมดจะตั้งเป็นชุดทำงานมีตนเป็นหัวหน้าชุดตามตำแหน่งอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะมีหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานอีกครั้ง เบื้องต้นเท่าที่ทราบขณะนี้ตำรวจบก.ปทส. และตำรวจกองปราบปราม มีข้อมูลเรื่องนี้อยู่พอสมควรแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์ กล่าวว่า หลังการจับกุมผู้ต้องหาที่ทำการลักลอบขนย้ายลิงแสม ทางชุดสืบสวนบก.ปทส. ได้เข้าไปร่วมสืบสวนเนื่องจากลิงแสมถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานข้อมูลกับทางกองปราบปรามและสภ.ศรีมหาโพธิ เพื่อที่จะสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยขั้นตอนจากนี้ทางบก.ปทส. ได้ประมวลเรื่องเพื่อเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อจะขอโอนคดีลักลอบขนลิงข้ามชาติมาดำเนินการต่อ พร้อมกับมอบหมายให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิระศรีสุกัญยา รองผบก.ปทส. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการ
ด้านพ.ต.อ.อรุณ ที่เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนบก.ปทส. แลกเปลี่ยนข้อมูลทางการสืบสวนและข้อมูลจับกุมจากชุดสืบสวนของกองปราบปรามและสภ.ศรีมหาโพธิ พร้อมกับสอบปากคำผู้ต้องหาโดยละเอียด จากนั้นได้นำข้อมูลที่ได้จากผู้ต้องหามาพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ซึ่งทำให้ขณะนี้เชื่อว่ามีการกระทำความผิดในลักษณะเป็นขบวนการ มีผู้ร่วมขบวนการอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการสอบปากคำพบว่า ขบวนการนี้ทำมา 3-4 ครั้งแล้ว

