หลายองค์กรแห่ออกแถลงการณ์หยุดรื้อ ‘ป้อมมหากาฬ’ ชี้ ขัดข้อตกลงสหประชาชาติ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง ได้ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาระบุว่า ขอให้กทม. ยุติการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ เนื่องจากขัดต่อนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาคนจน นอกจากนี้ยังขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อตกลงสหประชาชาติอีกด้วย

เนื้อหาในแถลงการณ์ มีดังนี้

แถลงการณ์เพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง หยุดใช้ หยุดไล่รื้อ ชุมชนป้อมมหากาฬ
เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) จึงขอให้กรุงเทพมหานครฯยุติการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ และสร้างความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกัน ด้วยเหตุผลดังนี้
1. ขัดต่อนโยบายรัฐบาล ในการแก้ปัญหาคนจน และลดความขัดแย้ง

2.ขัดต่อข้อเสนอ ของนักวิชาการและสังคมที่เสนอแนวทางการแก้ปัญหาคนจนอย่างมีส่วนร่วม ด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน

3.ขัดต่อเจตนารมณ์ของข้อตกลง สหประชาชาติ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” SDGs ที่นายกรัฐมนตรีไปลงนามข้อตกลงทั้ง 17 เป้าหมาย เช่น

ข้อ 1)การขจัดความยากจน ไม่ใช่ขจัดคนจน ข้อ๓.การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ใช่ไล่รื้อชุมชน ข้อ 10) ลดความเหลื่อมล้า ได้อย่างไร่หากไล่คนดั้งเดิม ข้อ 11) การพัฒนาเมืองต้องให้ความสาคัญกับการตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน และข้อ 17) ต้องสร้างความร่วมมือกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

4.ขัดต่อหลักการสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น การพัฒนาที่กรุงเทพมหานครกาลังดาเนินการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ ดังกล่าวข้างต้น จึงไม่ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล และข้อตกลงสหประชาชาติ ที่นายกรัฐมนตรีได้ไปลงนาม เรื่อง “การพัฒนาที่ยั่งยืน” SDGs

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ขอให้กรุงเทพมหานคร หยุดการกระทำคุกคาม ไล่รื้อชุมชน ซึ่งเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง ให้เข้าสู่กระบวนการความร่วมมือในการกาหนดการพัฒนา ปรับปรุงชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เชื่อมั่นในพลังพลเมืองจะเคียงข้างกัน เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง(คปสม.)

 

นอกจากนี้ ยังมีองค์กรอื่นๆ ออกแถลงการณ์ในลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ซึ่งระบุให้หยุดการไล่รื้อชุมชน และสนับสนุนให้รักษาพื้นที่ไว้เป็นมรดกที่มีชีวิต

เนื้อหามีดังนี้

หยุดการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ พัฒนาชุมชนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมีส่วนร่วม

ตามที่กรุงเทพมหานครดำเนินการไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน พ.ศ. 2535 เพื่อจัดทำสวนสาธารณะและอนุรักษ์โบราณสถาน สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติเห็นว่า การดำเนินการของกรุงเทพมหานครที่จะไล่รื้อชุมชนป้อมมหากาฬโดยไม่ยอมรับฟังข้อเสนอจากชุมชน และข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมในการหาทางออก จะเป็นการสร้างผลกระทบให้กับประชาชน รวมทั้งทำลายวิถีชุมชนที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเกาะรัตนโกสินทร์ อันจะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อมรดกวัฒนธรรมของชาติ สภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาของเครือข่ายภาคประชาสังคมและนักวิชาการเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูเมือง ที่เสนอแนวทางการพัฒนากิจกรรมและรูปแบบพื้นที่สวนสาธารณะและโบราณสถาน โดยมีองค์ประกอบของพิพิธภัณฑ์บ้านไม้โบราณที่มีชีวิต ให้เป็นสถานที่พักผ่อน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในพื้นที่อนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมในเกาะรัตนโกสินทร์ และให้ชุมชนได้ทำหน้าที่ในการดูแลรักษาพื้นที่ ทำให้พื้นที่สวนสาธารณะ โบราณสถาน และชุมชนประวัติศาสตร์ป้อมมหากาฬเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จะเป็นประโยชน์กว่าการไล่รื้อชุมชน และทำเป็นสวนสาธารณะ แต่ควรเก็บรักษาพื้นที่มรดกที่มีชีวิตให้อนุชนรุ่นหลัง และสาธารณะได้เรียนรู้ กรุงเทพมหานครควรชะลอการรื้อถอนชุมชนป้อมมหากาฬออกไปก่อน เพื่อพิจารณาแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนป้อมมหากาฬด้วยการมีส่วนร่วม และทบทวนปรับปรุงแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อรักษาชุมชนป้อมมหากาฬ พื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของเมือง ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะและโบราณสถานที่มีวิถีชุมชนรวมอยู่ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คุมตัว”ฮากีม ดอเลาะ”มือคาร์บอมบ์ รร.เซาท์เทิร์น ปัตตานี โยงเผาห้างโลตัส นครฯ ป่วน7จังหวัดภาคใต้
บทความถัดไปศาลฎีกาพิพากษาคุก 20 ปี “สนธิ ลิ้มทองกุล” คดีกู้เงินกรุงไทย-ส่งเข้าเรือนจำทันที