ชาวบ้านร่ำไห้ขณะแถลงเหตุข่าวลือเล็ง “รื้อเกลี้ยงในวันเดียว” โวยละเมิดข้อตกลง ยันขอตายที่”ป้อมมหากาฬ”

6.09.16 | 12:49 น.
นางสมพร อาปะนนท์ หรือ "แม่เฮง" ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. เวลา 11.00 น. ที่ชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีการแถลงข่าวสืบเนื่องจากการที่ชุมชนป้อมมหากาฬได้รับทราบกระแสข่าวว่าล่าสุด กทม. จะไล่รื้อชุมชนทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 1 วัน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่เจรจากันระหว่างกทม. กับชุมชนและนักวิชาการสาขาต่างๆ ซึ่งพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อหน้าชาวบ้านและสื่อมวลชนว่า จะไม่รื้อบ้านที่ไม่สมัครใจอย่างเด็ดขาด

นายธวัชชัย วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ตนได้รับทราบกระแสข่าวว่า กทม. จะไล่รื้อบ้านที่เหลือทั้งหมด ทั้งที่มีข้อตกลงในการเจรจาว่าจะรื้อเพียง 12 หลัง หลังการไล่รื้อระหว่าง 3-4 ก.ย. ที่ผ่านมา ชาวชุมชนพยายามฟื้นฟูจิตใจ แต่กลับมีข่าวเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องแถลงข่าวตอกย้ำว่า ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งพหุภาคีเสร็จแล้ว โดยในวันนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างทำจดหมายเปิดผนึกเรียนรมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ มล. ปนัดดา ดิศกุล
“ชุมชนป้อมมหากาฬตกเป็นเหยื่อของวาทกรรมที่ว่า กทม. ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่กลับมีกระแสข่าวว่ากทม.จะผิดข้อตกลงที่เจรจากันไว้ ไม่ทราบว่า ท่านอาจคิดในมุมของข้าราชการมากไปหรือไม่ ในฐานะคนยากจน ถือเรื่องศักดิ์ศรีเป็นสำคัญ จึงอยากฝากถึงพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมืองว่า ที่ผ่านมาชุมชนยึดมั่นต่อสู้อย่างอหิงสา แต่ดูเหมือนว่า ชาวป้อมมหากาฬไม่ใช่ทรัพยากรประเทศไทยในสายตากทม. ถามว่าคนจนไม่มีศักดิ์ศรีหรือ” นายธวัชชัยกล่าว

นางสมพร อาปะนนท์ อายุ 76 ปี กล่าวว่า ทุกวันนี้สิ่งที่กลัวมากที่สุดคือ ถูกเผาทั้งเป็นกลางคืนไม่กล้านอน กลางวันกินไม่ได้ กลัวว่าจะถูกไล่รื้ออีก เพราะมีข่าวว่ากทม.จะเอารถมาไถ อยากถามว่า ไม่สงสารคนแก่กับเด็กในชุมชนบ้างหรือ

นางสาว สุภาณัช ประจวบสุข อายุ 52 ปี กล่าวว่า ในการไล่รื้อเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนถูกข่มขู่คุกคามในขณะที่อยู่ในบ้านซึ่งไม่อยู่ในรายชื่อผังการรื้อถอน 12 หลัง และตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ได้รับความกดดัน จนล้มป่วย และตกงานอีกด้วย

“วันที่ 3 ก.ย. นั่งอยู่ในบ้านกับหลาน มีเจ้าหน้าที่ กทม. เดินไปหาถึงในบ้านทั้งที่ไม่ได้ต้อนรับ แต่เมื่อท่านมา ก็ไหว้หน้าประตูบ้าน มีการพูดในลักษณะคุกคาม ข่มขู่ให้ย้ายออกไป ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในรายการ 12 หลัง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงทำเช่นนี้ กระแสการไล่รื้อตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ทำให้ต้องล้มป่วย ทั้งที่เคยแข็งแรง กลายเป็นคนตกงาน ยังไม่สาแก่ใจอีกหรือ ทั้งหมดนี้เป็นความสะท้อนใจ ต้องทนทุกข์ระทม เหมือนเส้นดายบางๆที่พร้อมจะขาดได้ทุกเวลา” นางสาวสุภาณัชกล่าวและร้องไห้ออกมาระหว่างการแถลงข่าว

Advertisement

นางพวง นาคแก้ว อายุ 75 ปี กล่าวว่า ชุมชนป้อมมหากาฬยังเหลืออีก 44 หลังคาเรือน มีทั้งผู้สูงอายุและเด็ก อยากทราบว่าหัวใจท่านทำด้วยอะไร ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาท่ามกลางเสียงร้องของเด็ก คนแก่ แล้วนี่บอกจะรื้อในวันเดียวจบ หลับตานึกไปเลยว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ ลูกเด็กเล็กแดงจะให้ไปอยู่ที่ไหน ในเมื่อเราเกิดที่นี่ โตที่นี่ และเราจะขอตายที่นี่