ทส. จัด “มีแล้วแบ่งปัน” รพ.พระจอมเกล้า ฟื้นฟูแหล่งน้ำ-น้ำบาดาล พื้นที่ เพชรบุรี

3.06.21 | 16:59 น.

ทส. จัด “มีแล้วแบ่งปัน” รพ.พระจอมเกล้า ฟื้นฟูแหล่งน้ำ-น้ำบาดาล พื้นที่ เพชรบุรี

วันที่ 3 มิถุนายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรี ทส.นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรี ทส.นายจตุพร บุรษพัฒน์ ปลัดทส. นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมกิจกรรม “มีแล้วแบ่งปัน” ส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของอุปโภค-บริโภค อาทิ ชุด PPE, หน้ากากอนามัย (N95), Face Shield), พัดลม, น้ำดื่มจำนวน 8,000 ขวด สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลสนามในจังหวัดเพชรบุรี ในช่วงสถานการณ์การระบาดของ โรคโควิด-19 ที่ระบาดต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมที่ต้องเฝ้าระมัดระวังสูง


นายวราวุธ กล่าวว่า ภารกิจงานของ ทส.แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับหน่วยงานของผู้ที่รับผิดชอบทางสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่ มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการร่วมปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สนับสนุนการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงพื้นที่ช่วยเหลือมอบของใช้จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในวันนี้ได้มาจัดกิจกรรม “มีแล้วแบ่งปัน” สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลสนามทุกแห่งในจังหวัดเพชรบุรี โดยมามอบที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี เพื่อร่วมแบ่งปันชุดอุปกรณ์ปฏิบัติทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย ถุงขยะสำหรับใส่หน้ากากอนามัย และน้ำดื่ม และขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพ หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด และขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนในการผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน

จากนั้น นายยุทธพล และผู้บริหาร ทส. ตรวจเยี่ยมโครงการปักไม้ไผ่เป็นแนวกันคลื่น ป้องกันการกัดเซาะ ในพื้นที่หาดโคลน บริเวณ ต.ปากทะเล และ ต.บางแก้ว จ. เพชรบุรี

Advertisement

ต่อมา รมว.ทส. และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการปรับปรุงฟื้นฟูคลองเจ็กสี อำเภอเมือง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้น้ำและสามารถช่วยระบายน้ำในเมืองเพชรบุรีเมื่อเกิดอุทกภัย “คลองเจ๊กสี” เป็นคลองสาขาที่รับน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ไหลผ่านพื้นที่ 4 ตำบล ประกอบด้วยตำบลนาวุ้ง ตำบลช่องสะแก ตำบลโพพระ และตำบลบางแก้ว ประชาชนในพื้นที่ใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร แต่เดิมคลองแห่งนี้มีสภาพตื้นเขินประกอบกับมีการก่อสร้างท่อลอด ซึ่งถือเป็นสิ่งกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยเมื่อปี 2563 ทส.

โดยกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่และทำการขุดลอก สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำที่มีขนาดกว้าง 2-5 เมตร ความยาว 11,100 เมตร ความลึก 0.5-1.0 เมตร อีกทั้งก่อสร้างอาคารท่อเหลี่ยม ขนาด 3.6 x 2.7 เมตร ความยาว 5 เมตร จำนวน 25 แห่ง และก่อสร้างอาคารท่อเหลี่ยมขนาด 3.6 x 2.7 เมตร ความยาว 12 เมตร จำนวน 1 แห่ง ปัจจุบันการดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้สามารถกระจายน้ำสู่ประชาชนกว่า 263 ครัวเรือน ได้มีน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค และพื้นที่เกษตรกว่า 923 ไร่ ได้รับประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำป้องกันปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ยังได้มอบกล้าไม้ให้ประชาชนร่วมกันปลูกเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่อีกด้วย

 

และจากนั้นได้ลงพื้นที่เปิดโครงการจุดจ่ายน้ำริมทางเพื่อประชาชน บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอท่ายาง พร้อมปลูกต้นไม้ ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบาลท่ายาง

รมว.ทส. กล่าว การเดินทางมาที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้มั่นใจว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนตามเป้าหมาย แต่สิ่งที่อยากเน้นย้ำคือ ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ใช้น้ำกันอย่างประหยัด ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ในเบื้องต้น กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลระบบให้ ก่อนที่จะส่งต่อให้หน่วยงานในพื้นที่ดูแลต่อไป ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ดำเนินการจัดหาและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 9,645 แห่ง โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ให้ดำเนินโครงการ “ศึกษาสำรวจจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชนตามถนนสายหลัก/สายรองทั่วประเทศ” รูปแบบโครงการ ประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาลขนาด 6 นิ้ว จำนวน 2 บ่อ เครื่องสูบน้ำไฟฟ้าชนิดมอเตอร์จุ่มใต้น้ำ ขนาด 3 แรงม้า จำนวน 2 ชุด หอถังเหล็กเก็บน้ำ ชนิดรักษาแรงดัน ขนาดความจุ 80 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 1 ชุด ถังกรองสนิมเหล็กขนาดใหญ่ จำนวน 1 ชุด สถานีจ่ายน้ำถาวร จำนวน 1 ชุด ประชาชนจะได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคไม่น้อยกว่า 7 แสนลูกบาศก์เมตรต่อปี