สกู๊ปหน้า 1 : ดีเดย์ 7 มิ.ย.64 ทั่วไทยถลกแขนเสื้อ รับวัคซีนสู้โควิด

6.06.21 | 07:13 น.

สกู๊ปหน้า 1 : ดีเดย์ 7 มิ.ย.64 ทั่วไทยถลกแขนเสื้อ รับวัคซีนสู้โควิด

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หน่วยงานองคาพยพใน กระทรวงสาธารณสุข ประกาศชัดเจนเป็นมั่นเหมาะแล้วว่า วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป ทุกจังหวัดจะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดพร้อมกันทั่วประเทศ


โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ 7 มิ.ย.เป็นดีเดย์ ฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกพื้นที่ ทั้งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และ ซิโนแวค ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนผ่าน หมอพร้อม และผ่านช่องทางต่างๆ การฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคการศึกษาที่จะมีขึ้น ไปจนถึงการกระจายวัคซีนให้กลุ่มเฉพาะ อาทิ บุคลากรทางการแพทย์ อสม. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่างๆ กลุ่มที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตต่อประชาชน 

ผู้ที่ยังไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ ท่านนายกฯบอกว่าไม่ต้องกังวล จะไม่มีการทอดทิ้ง ใครไว้ข้างหลัง ตรงนี้เป็นเพียงกลุ่มที่เราย่อมา โดยสรุปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทุกกลุ่มจะได้รับวัคซีนแน่นอน แต่ก็ขึ้นอยู่กับการจองฉีดวัคซีนและการ กระจายออกไปŽ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.ได้กล่าวไว้ ขณะที่ก่อนหน้านี้ หลายคนเริ่มเป็น ห่วงว่าจะได้ฉีดวัคซีนหรือไม่ หลังพบว่ามี โรงพยาบาลบางแห่งที่ต้องล้มการลงทะเบียนไปแล้ว เนื่องจากวัคซีนขาดมือ เรื่องดังกล่าว

Advertisement

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้บอกแล้วว่า สำหรับวัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า ขณะนี้เป็นไปตามกำหนดส่งให้ประเทศไทยในเดือนมิถุนายน มั่นใจว่ากระจายทันวันที่ 7 มิถุนายนนี้ การส่งวัคซีนจะเป็นในลักษณะทยอยออกมา หากมีปัญหาทางบริษัทต้องจัดหามาให้ได้ สิ่งสำคัญ คือ มีวัคซีนฉีดให้คนไทยตามกำหนดการ และทุกยี่ห้อมีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน ป้องกันโรค ป้องกันการเสียชีวิตได้เช่นกันŽ

ขณะเดียวกัน รมว.สาธารณสุขยังพูดถึงวัคซีนซิโนแวคด้วยว่า ประชาชนไม่ต้องกังวล รัฐบาลพูดแล้วว่าวัคซีนที่จัดให้ประชาชนมีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง โดยมีการศึกษาการรับวัคซีนซิโนแวค ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อได้รับการฉีดครบ 2 เข็ม จะมีประสิทธิภาพ 83% ดังนั้น ถึงเร่งรัด ให้ฉีดเข็ม 2 ใน 2-3 สัปดาห์เพื่อให้ภูมิ คุ้มกันสูง

“ผมก็ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้ว มีการเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงตลอด ทุกครั้งที่ออกมาก็แสดงว่าผลยังดีอยู่”Ž นายอนุทินกล่าว และยังว่า ขณะนี้มีการเจรจาวัคซีนอยู่หลายตัว อย่างเช่น ไฟเซอร์ ส่งเทอมชีท (Term Sheet) มาแล้วและทำคำสั่งซื้อเพื่อฉีดให้กลุ่มอายุ 12-18 ปี ขณะเดียวกันก็เจรจากับจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ราวๆ 5 ล้านโดส แต่ทราบว่ากำหนดส่งประมาณไตรมาส 4 ของปีนี้

นายอนุทินยังกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการเลื่อนฉีดวัคซีน และไม่เคยคิดที่จะเลื่อน ประเทศไทยไม่ได้ขี่ม้าตัวเดียว วันนี้เราดูจากการขึ้นทะเบียนกับ อย. ม้าตัวแรกเริ่มที่ แอสตร้าฯ ต่อมามีซิโนแวค มีจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โมเดอร์นา และล่าสุดคือซิโนฟาร์ม และจะมีตัวต่อๆ ไป

ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกันวันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป้าหมายสำคัญของการฉีดวัคซีนที่นายกรัฐมนตรีให้นโยบายไว้ว่า คนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยที่สมัครใจต้องได้รับวัคซีน โควิดทุกคนโดยไม่คิดมูลค่า แต่หากเป้าหมายเพื่อฉีดวัคซีนให้เกิดภูมิคุ้มกันระดับประเทศ เพื่อให้ประเทศปลอดภัย ชีวิตเดินต่อไปได้ ต้องฉีดอย่างน้อยให้ได้ 50 ล้านคนของ พี่น้องประชาชน การจัดการเรื่องนี้จะประกอบด้วยการจัดหา กระจายวัคซีน การเตรียมพร้อมฉีดวัคซีน

นพ.โอภาสย้ำว่า กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดควรจะต้องทำการฉีด คือ 1.ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่จองผ่านระบบเข้ามา ควรได้รับการฉีดตามที่จองไว้ 2.การเปิดเทอมก็ควรฉีดกลุ่มครู อสม.ที่ตกหล่น บุคลากรแพทย์ แต่ละจังหวัดต้องบริหารการฉีดตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด

ส่วนกลุ่มพิเศษ เช่น กลุ่มผู้ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ทางสำนักงานประกันสังคมได้รับโควต้า 1 ล้านโดส ได้จัดส่งวัคซีนไปที่จุดฉีดของเขา รวมถึงกลุ่มนักโทษในเรือนจำ มีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์แล้วว่ากลุ่มไหนควรจะฉีดก่อนฉีดหลัง ยกตัวอย่างเช่น เรือนจำที่มีการติดเชื้อไปค่อนข้างมากไม่จำเป็นต้องรีบเพราะส่วนใหญ่ติดเชื้อแล้วจึงต้องรอประมาณ 3 เดือนแล้วค่อยฉีด ดังนั้น วัคซีนระยะนี้จะเน้นในเรือนจำที่ยังไม่มีการติดเชื้อเพื่อเป็นการป้องกันล่วงหน้า

สำหรับวัคซีนที่ใช้ในประเทศไทยทั้ง ซิโนแวค และแอสตร้าฯ ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมทั้งคณะกรรมการวิชาการได้ทบทวนข้อมูลวิชาการว่า วัคซีนทั้ง 2 ชนิดสามารถให้ได้ในประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป และสามารถให้ได้ในกลุ่มอายุเกิน 60 ปีเช่นกัน ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การบริหารจัดการวัคซีนได้ดีขึ้น

ส่วนวัคซีนที่พร้อมฉีดตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนนี้เป็นต้นไปนั้น นพ.โอกาสเผยว่า จะมีรวมทั้งสิ้น 3,540,000 โดส และหลังจาก 2 สัปดาห์แรกแล้ว ในสัปดาห์ที่ 3 จะมีวัคซีนอีกอย่างน้อย 840,000 โดส และสัปดาห์ที่ 4 อีกจำนวน 2,580,000 โดส ในภาพรวมเดือนมิถุนายนจะมีวัคซีนมากกว่า 6 ล้านโดส ปลายเดือนนี้จึงคาดว่าจะฉีดให้ได้ 10 ล้านโดส รวมจากฉีดไปก่อนแล้วเกือบ 4 ล้านโดส

สำหรับกลุ่มที่ดีเดย์ฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไปนั้น จุดฉีดวัคซีนจะอยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์ สถานพยาบาล มีระบบติดตามภายหลังฉีดวัคซีน 30 วัน เป็นไปตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค รวมจุดฉีดทั้งประเทศทั้งหมด 993 จุด

ส่วน กทม.มีจุดฉีด 25 จุด สำนักงานประกันสังคมมี 25 จุด อีกจุดคือของทางมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬาฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รวม 11 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยมีโควต้าวัคซีนประมาณ 5 แสนโดส สำหรับบุคลากรของตนเอง และอาจเพิ่มเติมในประชาชนกลุ่มรอบๆ ซึ่งจะมีจุดฉีดมากกว่านี้

นอกจากนี้ ยังมีจุดฉีดกลางอีก 10 แห่ง เช่น สถานีกลางบางซื่อ สถาบันราชานุกูล สำหรับเด็กพิเศษและผู้ด้อยโอกาสผู้พิการ ศูนย์กลางแพทย์บางรัก จุดฉีดสำหรับต่างชาติ เป็นต้น จะมีการประกาศออกไป โดยแต่ละจุดฉีดจะมีการปรับเปลี่ยนได้ต่อไป โดยสามารถติดตามได้จากพื้นที่จังหวัดนั้นๆ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เข้าการฉีดวัคซีนโควิดหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์หลัง ฉีด สามารถยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ที่โรงพยาบาลที่ฉีด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือที่สำนักงาน สปสช.สาขาเขตพื้นที่ ทั้ง 13 เขต โดยมีระยะเวลายื่นคำร้องได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทราบความเสียหาย และยังเปิดสายด่วน สปสช. โทร 1330 ให้สอบถามเพิ่มเติม