เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 7 กันยายน ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระประโคน รอง สว.สอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีรถบรรทุกพุ่งชนรถยนต์เก๋งมีผู้เสียชีวิตยังติดอยู่ในตัวรถคาที่ เกิดเหตุบริเวณเชิงสะพานพระนั่งเกล้า 1 ถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้า ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิสยามรวมใจ รุดตรวจสอบ
https://youtu.be/1AlnLlIhJEM
ที่เกิดเหตุพบร่างผู้ขับเสียชีวิตยังติดคาภายในซากรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน 4กฆ 3132 กรุงเทพมหานคร ลักษณะชนประสานงาอัดติดอยู่กับหน้ารถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียนส่วนหัวลาก 88-5111 นครปฐม ส่วนท้ายพ่วงทะเบียน 87-1588 นครปฐม มีนายอภิชาติ บวบทอง อายุ 30 ปี ผู้ขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายพีรพล กิตติกูล อายุ 27 ปี มีอาชีพเป็นช่างซ่อมสีรถยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 60/12 หมู่ 5 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี และในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังต้องใช้น้ำฉีดเลี้ยงไอระเหยของ ก๊าซ NGV ที่รั่วไหลออกมาจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ นานกว่า 1 ชม. ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์เครื่องตัด-ถ่าง นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากตัวรถโดยใช้เวลากว่า 20 นาที ท่ามกลางสายฝนที่ตก และพบว่าผู้เสียชีวิตนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวเท่านั้น
นายอนันต์ กิตติกูล อายุ 36 ปี ญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า นายพีรพลเพิ่งสึกจากการเป็นพระได้ประมาณ 3-4 เดือน โดยก่อนจะบวชได้หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งแต่เป็นลักษณะแอบชอบฝ่ายหญิงข้างเดียว จนกระทั่งสึกออกมาและรู้ว่าตัวเองผิดหวังก็เริ่มมีอาการเครียด บางครั้งพูดจาคนเดียว ปัจจุบันได้ไปทำงานเป็นช่างซ่อมสีรถยนต์ได้ประมาณ 3-4 เดือน เคยพูดให้ตนเองและบิดาฟังว่าถูกเพื่อนที่ทำงานแกล้ง และบอกว่า นรกจะมาเอาตัวไป พร้อมกับหยิบกุญแจรถยนต์เพื่อจะขับออกไปจากบ้าน จนกระทั่งมีการพูดคุยอาการดีขึ้น ซึ่งคาดว่านายพีรพลได้ใช้จังหวะที่คนในบ้านเผลอได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกมาจากบ้าน จนกระทั่งมาทราบว่านายพีรพลมาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว
นายอภิชาติ บวบทอง คนขับรถบรรทุกกล่าวว่า ได้ขับรถบรรทุกทรายมาเต็มคันออกมาจากในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อจะไปส่งในย่านพระราม 9 ขณะที่ขับรถอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้าเพื่อจะขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า 1 เห็นรถยนต์เก๋งขับย้อนศรลงมาจากสะพานด้วยความเร็วสูง ตนเองเริ่มชะลอความเร็วและกะพริบไฟหน้าเพื่อส่งสัญญาณ แต่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวไม่มีทีท่าที่จะลดความเร็ว และขับพุ่งตรงเข้ามาที่หน้ารถบรรทุกของตนจนประสานงากันอย่างเต็มแรง และส่งผลให้ผู้ขับเสียชีวิตทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ขับรถบรรทุกรวมถึงสอบถามญาติผู้ตายในเบื้องต้น สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเกิดอาการเครียดจนควบคุมสติไม่อยู่ จนเป็นเหตุให้ขับรถยนต์เก๋งวิ่งย้อนศรลงมาจากสะพานด้วยความเร็ว คล้ายตั้งใจให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องทำการสอบสวนผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 18 ล้ออีกครั้ง รวมถึงสอบสวนญาติผู้ตายด้วย ขณะเดียวกันจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางอีกครั้งว่าการเกิดเหตุนั้นเกิดในลักษณะใด ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป

