กองปราบฯลุยเกาะเต่า ตรวจพยานหลักฐาน สอบลูกชาย พร้อมส่งข้อมูลให้ทีมบิ๊กปั๊ด ถ้าคดีซ้ำซ้อนผบ.ตร.ลงพื้นที่เอง
จากกรณีคดีการเสียชีวิตปริศนาของ นายรักชิศวร สัจจธรรมกูล อายุ 58 ปี และ นางอันชู สัจจธรรมกูล อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาเศรษฐีชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ที่พบเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตภายในสระว่ายน้ำโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ต่อมาแพทย์นิติเวชได้ทำการผ่าชันสูตรศพ ก่อนลงความเห็นว่า ผู้ตายทั้งสองคนเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ภายในปอดพบมีน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่มีบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจในห้องปฏิบัติการอีกครั้ง ประมาณ 30 วัน จึงจะทราบผล ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. ให้จัดกำลังลงพื้นที่สืบสวนคดีดังกล่าวร่วมกับทางตำรวจท้องที่ เพื่อพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงว่าเป็นคดีฆาตกรรมหรือไม่นั้น เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางสืบสวนไว้หลายประเด็น และต้องตรวจสอบข้อสงสัยให้ครบทุกมิติเพื่อให้หายเคลือบแคลง โดยจะไล่ตรวจสอบไทม์ไลน์ย้อนหลังตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนหน้าจะเสียชีวิตว่าผู้ตายเดินทางมาที่เกาะเต่ากับใครบ้าง แล้วใครอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย และใครเป็นผู้พบศพคนแรก
พ.ต.อ.วิระชาญกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังสั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบภายในรีสอร์ตดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุหรือจุดที่พบศพอย่างละเอียด เพื่อตรวจหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของสถานที่ว่ามีลักษณะเป็นเช่นใด อาทิ ความลึกของสระว่ายน้ำ ศพจมอยู่ในสภาพใด กล้องวงจรปิดเสียจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามเพื่อให้คดีมีความชัดเจนมากขึ้นอาจต้องรอผลการตรวจในห้องปฏิบัติการ หรือ ผลทางแล็บ อย่างละเอียดออกมาอีกครั้ง เพื่อดูว่าในร่างกายของผู้ตายมีสารพิษหรือสารเคมีใดๆ ปนเปื้อนหรือไม่ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนำมาประกอบข้อมูลวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสมมุติฐานต่างๆ
ผกก.5 บก.ป. กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ทางชุดคลี่คลายคดีอาจมีการเชิญตัวบุคคลใกล้ชิดต่างๆ ของผู้ตายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งในจำนวนนี้อาจรวมไปถึงบุตรชายของผู้ตายที่ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับปมความขัดแย้งต่างๆ ของผู้ตายว่าเคยมีปัญหากับบุคคลใดบ้าง รวมไปถึงตรวจสอบประวัติการทำประกันภัย เพื่อดูว่าใครบ้างที่จะได้รับผลประโยชน์จากการเสียชีวิตของบุคคลทั้งสอง
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดทางสำนักงานผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ประสานมายังกองบังคับการปราบปราม ขอข้อมูลรายละเอียดการสืบสวนและความคืบหน้าทางคดี เพื่อรายงานให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้รับทราบ เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม ทั้งนี้หากพิจารณาแล้วพบว่าคดีมีความซับซ้อนมาก ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ อาจพิจารณาลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

