เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้าการเสียชีวิตของนักศึกษาอุเทนถวายจากเหตุการณ์การรับน้อง ว่าสั่งการให้ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ตรวจสอบข้อเท็จจริงทาง สน.ปทุมวัน รายงานความคืบหน้าว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ร.ต.วีรพงษ์ ตามกลาง พี่ชาย นายวีรพัฒน์ หรือปลื้ม ตามกลาง อายุ 22 ปี นักศึกษา ปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง ที่เสียชีวิตจากการถูกรุ่นพี่รุ่น มาแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ว่าเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่าน นายวีรพัฒน์ ไปร่วมกิจกรรมที่สถาบันมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ต่อมาทราบว่านายวีรพัฒน์ ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ารับการรักษาที่ ห้องไอซียู รพ.หัวเฉียว จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน รับคำร้องทุกข์ไว้ ตามประจำวันข้อ 2 เวลา 16.48 น วันที่ 30 พ.ค. เหตุเกิดที่อาคารเรียนคณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 พ.ค. เวลา 18.00 น.
ต่อมา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ผู้บาดเจ็บย้ายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.มหาราช จ.นครราชสีมา วันที่ 3 มิ.ย. คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาลงบันทึกประจำวัน แจ้งเหตุเกี่ยวกับการเข้าไปใช้สถานที่โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน วันที่ 5 มิ.ย. 64 ได้รับแจ้งจาก รพ.มหาราช ว่านายวีรพัฒน์ เสียชีวิตเบื้องต้นแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า ลิ่มเลือดที่น่องหลุดไปอุดตันเส้นเลือดขั้วปอด หลังจากรับแจ้งเหตุพนักงานสอบสวนทำหนังสือไปขอรายละเอียด และภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งจะนำส่งมอบให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 9 มิ.ย. และสอบสวนพยานนักศึกษาของมหาวิทยาลัยให้การว่า วันเวลาเกิดเหตุนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ประมาณ 12 คน สั่งให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ประมาณ 30 คน มาพร้อมกันที่มหาวิทยาลัยเพื่อประชุมเกี่ยวกับเรื่องการจัดกิจกรรม โดยไม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตหรือแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยฯ ทราบ
จากนั้นนักศึกษารุ่นพี่มีการทำกิจกรรมและมีการเตะไปที่หน้าอกนายวีรพัฒน์ จนสลบจากนั้นนำตัวส่ง รพ.หัวเฉียว ทำการรักษา เบื้องต้นทราบว่าทางมหาวิทยาลัยทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว และจะส่งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป หากปรากฎพยานหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายนายวีรพัฒน์
พนักงานสอบสวนก็จะออกหมายเรียกผู้ต้องหา มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผบช.น. ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมกำชับพนักงานสอบสวน เรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานโดยหากพบว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมายให้ครบถ้วน

