สธ.แจง 12 ใน 28 ผู้เสียชีวิต ไม่เกี่ยววัคซีนโควิด แนะหลังฉีดหากปวดหัวกินยาไม่หายพบหมอทันที
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงถึงแผนการกระจายวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า นับจากที่ประเทศไทยมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วจำนวนมาก จะพบผู้เกิดอาการไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีนมากขึ้น ซึ่งต่อไปนี้ จะมีการรายงานภาพรวมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ ข้อมูลการวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – วันที่ 8 มิถุนายน จัดสรรวัคซีนรวม 6,756,493 โดส แบ่งเป็น วัคซีนซิโนแวค 4,982,313 โดส วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1,774,180 โดส มีการฉีดสะสม 5,107,069 โดส แบ่งเป็น วัคซีนซิโนแวค 2,913,710 โดส วัคซีนแอสตร้าฯ 758,662 โดส
นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า สำหรับจำนวนการฉีดวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรม ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นมา สะสม 888,975 โดส จะเห็นว่าวันนี้เพิ่มขึ้น 472,128 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 428,459 โดส จากวัคซีนซิโนแวค 134,926 โดส วัคซีนแอสตร้าฯ 293,533 โดส และเข็มที่ 2 อีก 43,669 โดส จากวัคซีนซิโนแวค 38,665 โดส วัคซีนแอสตร้าฯ 5,004 โดส
“อย่างไรก็ตาม เราฉีดวัคซีนได้มากกว่า 4 แสนโดสต่อวัน การฉีดจำนวนมาก เราต้องติดตามความปลอดภัยด้วยระบบรายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน คำว่า แพ้วัคซีน หรือ ผลข้างเคียง ตามหลักวิชาการจะแจกแจงแยกความหมายชัดเจน เพราะมีความสำคัญในการดูแลหลังฉีดวัคซีนต่างกัน” นพ.เฉวตสรร กล่าว
นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ฯ ว่า จะช่วยทำให้มีความไว แม้แต่อาการเล็กๆ ก็รวบรวมเอาไว้ แต่หากอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง ก็ไม่จำเป็นต้องติดตามดูข้อมูลเชิงลึก แต่หากมีการเสียชีวิต ก็ต้องมาดูรายละเอียดสาเหตุของอาการเหล่านั้น

“ขณะเดียวกัน อาการไม่พึงประสงค์ฯ รุนแรง อาจเป็นเพียงปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ซึ่งเราจะใช้คำว่า “ผลข้างเคียง” ดังนั้น กรณีที่ปรากฎในสื่อ ประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเสียชีวิต มีรายงานเข้าระบบแล้ว 27 ราย และมีตัวเลขเพิ่มเติมเข้ามาช่วงเช้า รวม 28 ราย ทั้งนี้ 12 ราย มีการสรุปสาเหตุชัดเจนแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ต้องเรียนว่า ไม่ได้เป็นผลจากวัคซีน ตามหลักการแล้วเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรง จะต้องหาสาเหตุชัดเจน โดยระบบเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ฯ ระดับพื้นที่จะรายงานข้อมูลมาว่าเกิดเหตุอะไรบ้าง หลังจากนั้นจะมีคณะผู้เชี่ยวชาญระดับเขตสุขภาพ เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ บางกรณีเกี่ยวข้อง หรืออาจไม่เกี่ยวก็ได้ ต้องให้เวลาในการเก็บข้อมูล ที่จะต้องส่งตรวจกับทางโรงพยาบาล การผ่าชันสูตร ส่งตรวจชิ้นเนื้อ เพื่ออธิบายสาเหตุ” นพ.เฉวตสรร กล่าว
นอกจากนี้ นพ.เฉวตสรร กล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิต จ.ปทุมธานี ที่เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากวัคซีน แต่เมื่อมีการตรวจชันสูตร พบว่า มีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง เป็นคนละเรื่องกับวัคซีน ดังนั้น กรณีดังกล่าวมีการเสียชีวิต เป็นอาการไม่พึงประสงค์ฯ ที่รุนแรง แต่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นสาเหตุจากวัคซีน
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณี จ.ปทุมธานี ที่ยกตัวอย่างมาว่าเป็นการอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง ประชาชนจึงกังวลว่า หากเป็นผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคทางสมอง ควรจะรับวัคซีนตามกำหนดหรือไม่ หรือควรทำอย่างไร นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า โดยทั่วไปโรคประจำตัว จะสามารถฉีดได้เกือบทุกโรค หากในวันที่รับการฉีดสุขภาพแข็งแรง ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีอาการกำเริบของโรค แต่หากผู้ที่กังวลใจ และมีการรักษาอยู่กับแพทย์ประจำอยู่แล้ว สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้
ต่อข้อคำถามว่า กรณีผู้หญิงที่เสียชีวิตหลังรับวัคซีน ที่รายงานเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ทำให้ประชาชนสงสัยว่าหลังรับวัคซีนแล้วเกิดอาการปวด จนรับประทานยาแก้ปวด ยาแก้ไมเกรน ประเมินตนเองอย่างไร จึงควรไปพบแพทย์ เพื่อป้องกันผลกระทบใหญ่ตามมา นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า หลังฉีดวัคซีนแล้วเกิดอาการปวดศีรษะ ขอให้ประเมินอาการด้วยตนเอง หากรับประทานยา หรือพักผ่อนแล้วไม่หาย หรือปวดรุนแรงตั้งแต่ต้น มีความกังวลว่า อาจเป็นมากขึ้น ก็สามารถติดต่อแพทย์ทันที ไม่ควรที่จะรอ

