จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ได้จับกุม นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง แซ่เตียว อายุ 62 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกง และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ในลักษณะแอบอ้างเบื้องสูง หลอกลวงให้คนหลงเชื่อ มอบเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีนางกิมเอ็งเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 2,979,300 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 2 ราย มี นายถาวร พวงประทุม และนายสมศักดิ์ หรือศักดิ์ สิริยาคม อดีตพนักงานสำนักพระราชวังพิเศษ
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 7กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รายงานข่าวแจ้งว่าชุดคลี่คลายคดีได้เชิญตัว นายชัยสงค์ จิระอัครพงษ์ อายุ 36 ปี นักธุรกิจชื่อดัง เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายชัยสงค์พร้อม พล.ต.ต่อคุณ นางรัศมีจันทร์ ภักดีชนก และกลุ่มผู้เสียหายกว่า 16 คนเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางกิมเอ็ง โดยประเด็นที่สอบปากคำนายชัยสงค์เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความสนิทสนมกับนางกิมเอ็ง ว่าได้รู้จักกันอย่างไร พร้อมกับประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่านายชัยสงค์รู้จักและสนิทสนมกับนางกิมเอ็ง และไปไหนมาไหนด้วยกัน มีภาพถ่ายร่วมกันหลายครั้ง โดยตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง แม้นายชัยสงค์จะระบุว่าเป็นผู้เสียหาย แต่ยังมีหลายประเด็นที่ชุดสืบสวนคลางแคลงใจ ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องรถที่นางกิมเอ็งใช้เมื่อตรวจสอบชุดสืบสวนพบข้อมูลว่าเป็นรถของนายชัยสงค์
ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 6 ชั่วโมง เวลา 21.10 น.นายชัยสงค์ พร้อมนายวิชัย ตันโนงาม ทนายความส่วนตัว เดินออกจากห้องสอบปากคำ ก่อนที่นายชัยสงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ โดยรู้จักกับนางกิมเอ็งได้ไม่ถึงเดือนเมื่อครั้งวันคัดเลือกนักแสดงละครเฉลิมเกียรติ จัดทำขึ้นโดยบริษัทภักดีชนก นางกิมเอ็งเข้ามาตีสนิท พูดคุย ก่อนจะติดต่อกันเรื่อยมา ในส่วนของกระแสข่าวที่ว่าตนและนางกิมเอ็งเป็นแม่ลูกบุญธรรมกันนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แต่นางกิมเอ็งสมอ้างกับบุคคลอื่นว่าเป็นแม่บุญธรรมตน ในส่วนที่ปรากฏรถเบนซ์ สีดำ ทะเบียน สว 26 กรุงเทพมหานคร ที่นางกิมเอ็งใช้ แต่ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นรถของตนนั้น ขอยืนยันว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของตนจริง ได้นำรถคันดังกล่าวไปดูแล และรับรองผู้ใหญ่เท่านั้น ทั้งนี้อยากขอฝากไปถึงสื่อมวลชนว่าภายหลังที่มีการนำเสนอข่าวออกไป ตนได้รับความเสียหายทางธุรกิจและชื่อเสียงและภรรยารู้สึกเครียด ตอนนี้ป่วยอยู่ จึงอยากจะขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนว่าตนเป็นผู้เสียหาย และถูกนางกิมเอ็งหลอกไปจำนวนหลายล้านบาท การเข้าให้ปากคำในวันนี้เป็นการให้ปากคำในฐานะพยานเท่านั้น
“อยากฝากถึงผู้ที่ถูกนางกิมเอ็งหลอกและเป็นผู้เสียหายมาติดต่อให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและการสืบสวนต่อไป” นายชัยสงค์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า นายชัยสงค์จะถูกนางกิมเอ็งทำทีมาตีสนิท เพราะเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ก่อนที่นายชัยสงค์จะเล่าว่าภรรยาป่วย และรักษาทุกที่ก็ไม่หาย นางกิมเอ็งจึงแนะนำให้ไปรักษากับพระภิกษุรูปหนึ่ง ก่อนจะเรียกค่าดำเนินการต่างๆ ประมาณ 1 ล้านบาท จากนั้นจึงติดต่อกระทั่งสนิทสนมกัน ต่อมานางกิมเอ็งชักชวนไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งละคร วีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกิจกรรมต่างที่มีภาพปรากฏร่วม ในส่วนของรถที่พบว่านายชัยสงค์ให้นางกิมเอ็งไปใช้นั้นตรวจสอบพบว่าไม่ได้ให้ใช้ฟรีๆ แต่มีการแลกเปลี่ยนเป็นค่าใช้ด้วย รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ


