หน้าฝน-หน้าแล้ง
ต้องมีน้ำกิน-น้ำใช้
สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะฝนมาเร็วกว่าทุกปี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ให้นโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และกำหนดให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ โดยมี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลด้านการบริหารจัดทรัพยากรน้ำทำหน้าที่บูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ และได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินการ จนปี 2562/63 ไม่มีการประกาศภัยแล้งเลย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบต่อ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ตามที่ กอนช เสนอ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน ประกอบด้วย 1) คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนทิ้งช่วง 2) บริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก 3) ทบทวนและปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และเขื่อนระบายน้ำ 4) ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ ระบบระบายน้ำ และสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน 5) ปรับปรุง แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ 6) ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา 7) เตรียมความพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ 8) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ 9) การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเตรียมความพร้อม ตลอดระยะเวลาฤดูฝน และ 10) ติดตามประเมินผลและปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย ตลอดระยะเวลาฤดูฝน ซึ่งก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการปัญหาน้ำท่วมหรือภาวะฝนทิ้งช่วงได้

วราวุธ ศิลปอาชา
“ผมได้กำชับให้นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) สั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งจัดหาและสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดที่ผลิตจากน้ำบาดาลบรรจุขวดไปมอบให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคของหน่วยงานต่างๆ

จตุพร บุรุษพัฒน์
โดยสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1-12 ได้แก่ ลำปาง สุพรรณบุรี สระบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา ตรัง กำแพงเพชร ราชบุรี ระยอง อุดรธานี อุบลราชธานี และสงขลา รับผิดชอบดูแลพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียง ซึ่งแต่ละแห่งจะสูบน้ำบาดาลจากบ่อน้ำบาดาลที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สำนักงาน แล้วนำไปผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำ เพื่อให้ได้คุณภาพน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุน้ำลงในภาชนะขนาดแตกต่างกัน 6 ขนาด ได้แก่ ขวดพลาสติกขนาด 350, 500, 750 มิลลิลิตร และ 1.5 ลิตร แกลลอนพลาสติกขนาด 5 ลิตร และ 20 ลิตร นำไปแจกจ่ายตามชุมชนและโรงพยาบาลของแต่ละจังหวัดปัจจุบันแจกจ่ายไปแล้วกว่า 350,000 ขวด และอีก 6,000 แกลลอน คิดเป็นปริมาณน้ำรวมมากกว่า 300,000 ลิตร” พล.อ.ประวิตร กล่าว

ด้านนายวราวุธ กล่าวว่า ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคเป็นสิ่งที่ ทส.ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ที่ไม่ว่าจะแล้งแค่ไหน พี่น้องประชาชนต้องมีน้ำกินน้ำใช้ที่เพียงพอ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และดูแล บำรุงรักษาจุดบริการน้ำแห่งนี้ ให้คงสภาพดีเพื่อใช้งานได้ต่อไป
ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.กล่าวว่า ได้สั่งการให้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อเตรียมแผนรองรับปริมาณน้ำฝนให้การกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ มีประสิทธิภาพสูงที่สุด กระจายน้ำไปยังพื้นที่ที่ค่าน้ำฝนน้อยกว่าปกติ รวมถึงเตรียมแผนป้องกันน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีน้ำไว้สำหรับอุโภคบริโภคและใช้เพื่อการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

“นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ทสจ.เร่งจัดทำแผนในการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม น้ำแล้ง ซ้ำซาก ที่มีแผนการทำงาน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุการณ์ ที่ชัดเจน การประสานงานร่วมกับแต่ละหน่วยงาน รวมถึงแนวทางการซักซ้อมหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นระบบ ไม่เกิดความตระหนก สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที” นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาน้ำบาดาลที่มีลักษณะเป็นโครงการขนาดใหญ่ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนจำนวนมาก และที่สำคัญยังช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำอุปโภคบริโภคในแต่ละเดือนได้ถึง 3,000-5,000 บาท ต่อครัวเรือน เช่น
โครงการส่งน้ำบาดาลระยะไกล เป็นโครงการที่ใช้การบริหารจัดการระบบกระจายน้ำที่ส่งไปตามท่อหรือระบบประปา เนื่องจากน้ำบาดาลในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำมาก สามารถนำไปใช้ในพื้นที่บริเวณกว้าง จึงใช้วิธีการเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีศักยภาพน้ำบาดาลสูง เพื่อส่งให้กับประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ หรือมีศักยภาพน้ำบาดาลต่ำหรือกร่อยเค็ม ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 25 แห่ง
โครงการจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชน เป็นการสร้างจุดจ่ายน้ำบาดาลบริการน้ำดื่มน้ำใช้ฟรีแก่ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงแหล่งน้ำของประชาชน ปัจจุบันดำเนินการแล้วในพื้นที่ 68 แห่ง และเปิดให้บริการแก่ประชาชนครบถ้วนแล้วทุกแห่ง โดย 1 ใน 68 แห่งนั้น เป็นจุดบริการน้ำบาดาลที่กรุงเทพมหานคร เป็นตู้กดน้ำบาดาลสีเขียวตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซอยงามวงศ์วาน 54 ซึ่งทุกสัปดาห์เจ้าหน้าที่ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อนำไปวิเคราะห์คุณภาพและรายงานผลปิดประกาศให้ประชาชนได้รับทราบว่าน้ำที่นำมาให้บริการสะอาดได้มาตรฐาน ประชาชนในละแวกใกล้เคียงเกิดความเชื่อมั่นและแวะเวียนมารับน้ำดื่มสะอาดอยู่เป็นประจำ

โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน เป็นการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนในการอุปโภคบริโภคให้ประชาชน จำนวน 279 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งน้ำเสริม และเพิ่มจุดให้บริการน้ำแก่ประชาชน ช่วยลดค่าครองชีพ หากดำเนินการแล้วเสร็จครบทุกแห่ง ประชาชนจะได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 190,000 ครัวเรือน ปริมาณน้ำรวม 12 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยังได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด เพื่อนำไปไว้ที่ “ตู้ปันสุข ทส. ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับฝ่าวิกฤตโควิด-19” ซึ่งนายวราวุ และนายจตุพร ได้สนับสนุนให้เปิดโครงการตู้ปันสุข ทส. ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคารกรมควบคุมมลพิษ โดยตู้ปันสุขนี้เปิดให้บริการแก่ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ทส.มารับอาหารกล่อง ซึ่งสั่งซื้อจากผู้ประกอบการร้านค้าภายในอาคาร พร้อมน้ำดื่มบรรจุขวดจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป และจะเปิดให้บริการตู้ปันสุขแห่งนี้อย่างต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย

